ิงเหยาที่ตกอยู่ในความเจ็บปวดและเศร้าโศกไม่รู้สึกตัวหรอก เจียงซื่อจึงทำได้เพียงแต่อดทนอยู่เงียบๆ
ผ่านไปไม่นาน ผู้ตรวจชันสูตรศพก็ได้ผลสรุป“นายท่านปัวไม่ได้โดนยาพิษแต่อย่างใด แต่ตายเพราะโรคหัวใจที่กำเริบขึ้นอย่างฉับพลัน…”“เหลวไหล!” เซี่ยอินโหลวพูดขัดผู้ตรวจชันสูตรศพเสียงดัง “แต่ไหนแต่ไรมาพ่อของข้าสุขภาพแข็งแรง ไม่เคยได้ยินหมอบอกเลยว่าเป็นโรคหัวใจ!”
พูดจบเขาก็ลากคอหมอเข้ามา แล้วตะโกนลั่น“หมอจาง ร่างกายของพ่อข้าเป็นอย่างไรท่านน่าจะรู้ดีที่สุด ท่านว่าไหม!”
หมอจางปาดเหงื่อซ้ำแล้วซ้ำเล่า ถ้าไม่พูดออกมาให้ชัดเจนตอนนี้ วันข้างหน้าหมออย่างเขาคงไม่มีทางได้ใช้ชีวิตอยู่อย่างสงบสุขแน่ จึงรีบอธิบายออกไป “ซื่อจื่อ โรคหัวใจวายเฉียบพลันไม่ได้มีอาการเหมือนโรคอื่น ปกติจะตรวจหาไม่เจออาการหรือโรคใด ทว่าพอได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงก็อาจจะ…”
จู่ๆ เซี่ยอินโหลวก็ชักกระบี่ที่พกติดตัวออกมาสายตาเต็มไปด้วยความเย็นชา “ใต้เท้าเจิน ข้าจะฆ่าสตรีนางนี้เพื่อแก้แค้นแทนพ่อกับแม่ของข้าท่านจะห้ามข้าหรือ”
เจินซื่อเฉิงส่ายหน้า “ซื่อจื่ออย่าใจร้อนไป ตอนนี้ความจริงได้ปรากฏออกมาอย่างชัดเจนแล้ว พวกเขาจะต้องได้รับโทษอย่างสาสมแน่”
เซี่ยอินโหลวส่งเสียงไม่พอใจออกมา แล้วผลักเจ้าหน้าที่ตรวจการชั้นผู้น้อยที่มาขวางเขาออก“หลีกไปเสีย!”“พี่เซี่ย หากท่านฆ่านางด้วยมือของท่านเองมันก็จะแปดเปือนมือท่านเปล่าๆ” เจียงซื่อไม่อยากให้เซี่ยอ