่นเดียวกันก็คงจะเป็นเรื่องที่สนุกมากยิ่งนักเจียงซื่อไม่ได้รู้สึกประหลาดใจเลยที่เจินซื่อเฉิงเอ่ยถามคำถามนี้ออกมา นางกล่าวความรู้สึกนึกคิดที่อยู่ในใจออกมาอย่างตรงไปตรงมาว่า“ข้าน้อยคิดว่าคงจะเป็นธูปหอมชนิดหนึ่งเนื่องจากฆาตกรไม่อยากจะทำให้ผู้ที่นอนหลับอยู่ข้างกายผู้เสียหายต้องตื่นขึ้น การที่ทำให้ผู้เสียหายไม่อาจส่งเสียงออกมาได้นั้นไม่นับว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุด
เนื่องจากแต่ละคนมีพฤติการณ์การนอนหลับแตกต่างกันไป บางคนนั้นต่อให้ฝนตกฟั้าร้องสักเพียงใดก็ยังคงนอนหลับสบายไปถึงตอนเช้า ส่วนบางคนไม่จำเป็นต้องได้ยินเสียงใด เพียงแค่ได้กลิ่นที่แปลกไปก็ทำให้เขาตื่นขึ้นมาได้แล้ว ดังนั้นข้าจึงคาดเดาว่าในวันเกิดเหตุมีความเป็นไปได้สูงทีเดียวที่หย่งชังปัวและฮูหยินจะสูดดมเครื่องหอมชนิดนี้เข้าไป จึงทำให้ฆาตกรลงมือฆ่าได้สำเร็จ”
เจินซื่อเฉิงพยักหน้าก่อนจะเอ่ยชมว่า “ไม่เลวทีเดียว สิ่งนี้อาจจะเป็นไปได้มาก”
เจียงซื่อขมวดคิ้วแล้วครุ่นคิด กล่าวว่า “ข้าน้อยยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่คาดเดาไว้”
“เจ้าลองว่ามา” เจินซื่อเฉิงรู้สึกให้ความสำคัญกับทุกท่าทางทุกคำพูดของเจียงซื่ออย่างมาก
“ธูปหอมนั้น บางทีฆาตกรจะอาจจะจุดขึ้นตั้งแต่อยู่ในตู้เสื้อผ้า ดังนั้นภายในตู้เสื้อผ้าจึงมีกลิ่นของธูปหอมหลงเหลืออยู่ค่อนข้างมาก”
ตั้งแต่แรกเริ่ม เจียงซื่อก็สงสัยเหลือเกินว่ากลิ่นหอมนั้นคือกลิ่นอะไร หากว่าเป็นเพียงกลิ่นน้ำหอมบนร่างกายของฆาตกร ก็ไม่