็นตู้ด้านบนและด้านล่าง ด้านบนมีฝาตู้ทั้งหมดสี่บาน ด้านล่างมีลิ้นชักทั้งหมดแปดช่อง แบ่งเป็นด้านซ้ายและด้านขวาอย่างสมมาตรบนตู้เสื้อผ้าแกะสลักด้วยภาพปักษาและบุปผานานาพันธุ์อย่างวิจิตรงดงาม
ตู้ลักษณะดังกล่าวสามารถพบเห็นได้ตามเรือนของเหล่าขุนนางและเศรษฐีทั่วไป วัสดุไม้ที่ใช้ทำตู้ก็ถูกคัดสรรมาอย่างพิถีพิถันซึ่งก็มิใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด
“อาซื่อ เจ้าดูอะไรอยู่รึ” เซี่ยชิงเหยาถามด้วยความสงสัย
เจียงซื่อสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พลางเอื้อมมือไปเปิดประตูตู้ทั้งสองบาน
ด้านในตู้นั้นมีไว้สำหรับจัดเก็บอาภรณ์ แต่ก็ไม่ได้มีมากจนล้นตู้ ชุดต่างๆ ถูกพับวางซ้อนกันไว้ด้านในสุดเซี่ยชิงเหยาเหลือบมองแวบหนึ่งก่อนจะขมวดคิดอย่างอดไม่ได้
ชุดที่อยู่ด้านบนสุดยับยู่ยี่ เห็นได้ชัดว่าพวกบ่าวรับใช้ที่เห็นผ้าชิ้นนั้นก็ดูไม่สบายใจเช่นกัน
เจียงซื่อสูดอากาศเข้าปอดเบาๆ
ที่แท้กลิ่นนั้นก็ลอยมาจากในนี้
แม้ว่าในตอนแรกนางจะเดาไม่ออกว่ามันคือกลิ่นอะไร แต่ในตอนนี้ก็มั่นใจได้แล้วว่าคือกลิ่นของซวินอี[1]ที่มักจะใช้พรมบนอาภรณ์
“อาซื่อ เจ้ากำลังพบบางอย่างเข้าแล้วใช่ไหม”พฤติกรรมแปลกๆ ของเจียงซื่อทำให้เซี่ยชิงเหยางงงงวยยิ่งกว่าเก่า
เจียงซื่อมองดูในตู้อย่างพินิจพิเคราะห์ และทันใดนั้นนางก็เหลือบไปเห็นรอยนิ้วมือสองนิ้วที่บริเวณมุมตู้
แม้ว่ารอยนั้นจะไม่สมบูรณ์ แต่เมื่อปรากฏอยู่บนผิวตู้ที่เรียบเงาก็สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน
เจียงซื่อหรี่ตามองโ