ดยพลันพลางชะโงกหน้าเข้าไปดูใกล้ๆ
จากมุมและตำแหน่งของรอยนิ้วมือไม่มีทางเกิดขึ้นจากการที่บ่าวรับใช้จัดเก็บอาภรณ์ใส่ตู้อย่างแน่นอน
“ชิงเหยา เจ้ามาดูนี่” เซี่ยชิงเหยามองไปยังรอยนิ้วมือตามทิศที่เจียงซื่อชี้
“ชิงเหยา เจ้ารู้หรือเปล่าว่านี่หมายความว่าอย่างไร”
เซี่ยชิงเหยาส่ายหัวพร้อมสีหน้าว่างเปล่า
“อาซื่อ ในหัวของข้าตอนนี้พันกันยุ่งเหยิงไปหมดแล้ว คิดอะไรไม่ออกหรอก”เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันทำให้ความคิดของเด็กสาวที่แสนร่าเริงนิ่งสนิท ความเฉลียวฉลาดแสนรู้หายไปโดยพลัน
“เคยมีคนซ่อนตัวอยู่ในตู้นี้” เจียงซื่อเอ่ยสรุป
ดวงตากลมโตของเซี่ยชิงเหยาเบิกกว้างขึ้นหลายเท่า “เจ้าว่าอะไรนะ”
ไม่ทันรอให้เจียงซื่อตอบ ปฏิกิริยาของเซี่ยชิงเหยาพลันเปลี่ยนเป็นตื่นเต้น “จะมีใครเข้าไปซ่อนในตู้เสื้อผ้าได้อย่างไร”
และในตอนนั้นเองนางก็ได้คำตอบว่า คนที่เข้าไปซ่อนในตู้ก็คือฆาตกรอย่างแน่นอน!
เซี่ยชิงเหยารีบคว้าข้อมือเจียงซื่อมาจับ “อาซื่อ มีฆาตกร นี่เป็นหลักฐานว่าท่านแม่ไม่ได้ถูกท่านพ่อฆ่าใช่หรือไม่”
เจียงซื่อจับไหล่ของเซี่ยชิงเหยาพลางเอ่ยอย่างอ่อนโยน “ก็ใช่น่ะสิ”
การพบเบาะแสคราวนี้ทำให้นางแน่ใจว่าคนที่ฆ่าหย่งชังปัวฮูหยินต้องเป็นคนนอก
แม้ว่าเดิมที่ข้อสันนิษฐานนี้มีความเป็นไปได้มากที่สุด แต่อย่างไรแล้วก็ต้องมีหลักฐานมายืนยันและการที่มีคนเข้ามาซ่อนตัวอยู่ในตู้ก็คือหลักฐานชั้นเยี่ยม
เพียงแต่ว่า กลิ่นนั้นคือกลิ่นอะไ