เจียงจั้นขมวดคิ้วมุ่น พลางเผยสีหน้าไม่ไว้วางใจ“ก็หมั้นหมายเอาไว้ก่อน แต่เจ้าก็ยังไม่ต้องรีบแต่งออกไปให้ตัวเองลำบากเร็วขนาดนั้น”
“พี่รอง ความหมายของข้าคือ ข้าไม่ได้อยากแต่งงานกับคุณชายอวี๋”
“เจ้าไม่ชอบเขาหรือ” เจียงจั้นชะงักไป
หรือว่าเขาคิดมากไปเอง
เป็นไปไม่ได้ เขาเคยผ่านหอโคมเขียวมาแล้ว ย่อมมีประสบการณ์มาก่อน!
เจียงซื่อไม่ทราบว่าพี่ชายของนางไปร่ำเรียนประสบการณ์เหล่านี้มาจากที่ไหน นางยืนกรานอย่างแน่วแน่ว่า “หากข้าต้องแต่งงานกับบุรุษสักคน ข้าก็จะไม่แต่งกับเขาแน่นอนเจ้าค่ะ”
เมื่อเห็นว่าน้องสาวไม่ได้แกล้งทำ เจียงจั้นจึงเริ่มลังเล “จริงรึ”
“จริงสิเจ้าคะ” เจียงซื่อพยักหน้ารับ
เจียงจั้นเริ่มทำตัวไม่ถูกที่แท้ก็เป็นเพราะเขาคิดมากไปเอง เขาว่าแล้วเชียว น้องสี่กับพี่อวี๋ชีเพิ่งเคยพบกันเพียงไม่กี่หนนางจะถูกล่อให้หลงกลได้อย่างไร
แม้ว่าพี่อวี๋ชีจะหน้าตาหล่อเหลา แต่หน้าตาของเขาก็มิได้น้อยหน้า น้องสี่เห็นหน้าหล่อๆ ของพี่ชายทุกวัน จะไปใจเต้นกับชายอื่นเพียงเพราะรูปลักษณ์ภายนอกได้อย่างไรกัน
ไม่ผิดแน่ ต้องเป็นเช่นนี้แน่ๆ น้องสาวเขาต้องไม่ใช่สตรีที่สนใจแต่เรื่องผิวเผินพรรค์นั้น
แต่พอนึกถึงท่าทีแสร้งทำเป็นแข็งแกร่งของน้องสาว เจียงจั้นจึงเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจังว่า“น้องสี่ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เจ้าต้องสัญญากับข้าก่อนว่าจากนี้ไปจะไม่ไปที่บ้านของพี่อวี๋ชีอีก”
แม้ว่าเจียงจั้นจะรู้แจ้งแก่ใจ แต่ก็อดประหลาดใจไม่ได้