อมีภาพของชายผู้นั้นแวบเข้ามา เป็นภาพเขาที่แสนอ่อนโยนเมื่อชาติก่อน ตัดสลับกับภาพของเขาที่แสนเจ้าเล่ห์เพทุบายในชาตินี้ แล้วภาพทั้งสองก็ซ้อนทับเป็นหนึ่งเดียวทำให้นางเริ่มสับสนเรื่องราวระหว่างทั้งสองชาติความเจ็บปวดแผ่วเบาในใจเริ่มซึมซาบขึ้นมาทีละเล็กทีละน้อย
การจะลืมคนที่อยู่ในหัวใจก็ไม่ต่างอะไรกับการเอามีดตัดเนื้อส่วนที่คนๆ นั้นซ่อนตัวอยู่ เพราะสุดท้ายแล้วก็หลีกหนีความเจ็บปวดไม่พ้น
“เป็นอะไรไปหรือ น้องสี่”
เจียงซื่อฝืนยิ้ม “เปล่าเจ้าค่ะ ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วเหอชี่ถังก็ไม่ได้ไกลจากตรงนี้ ข้าจะไปกับพี่รองด้วยก็แล้วกัน จะว่าไปแล้ว ที่อาหมานยังมีตั๋วเงินอีกถุงหนึ่งเจ้าค่ะ”
อาหมานเหลือบมองเจียงซื่อด้วยความประหลาดใจ
คุณหนูไม่ได้บอกว่ารอคุณชายอวี๋กลับมาก็จะนำถุงเงินไปคืนหรอกรึ เหตุใดถึงยังให้นางพกถุงเงินติดตัวไปเสียทุกที่ ไม่รู้ว่าวันนี้ระหว่างคุณหนูกับคุณชายอวี๋เกิดอะไรขึ้นถึงได้ลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิทครั้นมาตอนนี้คุณหนูจะเอาเงินนี่ไปซื้อโสมภูเขาอีกงั้นหรือดูเหมือนเจียงซื่อจะไม่รู้สึกผิดบาปในใจเลยแม้แต่น้อย
ในเมื่อคนชั่วนั่นกล้าหลอกพี่รอง งั้นก็ใช้เงินของเขาซื้อโสมภูเขานั่นแหละถูกแล้ว
“พี่รองดูว่าพอหรือไม่เจ้าคะ”
เจียงจั้นเปิดดูด้านใน แล้วดวงตาก็พลันลุกวาว
บ้าไปแล้ว พ่อก็พ่อเดียวกัน เหตุใดน้องสี่ถึงได้ร่ำรวยขนาดนี้ ว่าแต่ตอนนี้เขายังเป็นหนี้อยู่อีกเท่าไหร่นะ
สองพี่น้องพากันเดินไปที่เหอชี่ถัง หลัง