ขาดกับฉังซิงโหวซื่อจื่อ ไม่ได้มีความสัมพันธ์ฉันท์สามีภรรยาแล้วขอรับ” นายท่านรองเจียงกล่าวเตือน
เจินซื่อเฉิงหัวเราะ “อ้อ ข้าลืมไป งั้นรบกวนนายท่านรองเชิญบุตรสาวมาให้ข้าที”
“ใต้เท้าเจิน ข้าขอพูดอย่างไม่ปิดบังนะขอรับบุตรสาวข้าเป็นคนอ่อนแอ ถูกฉังซิงโหวซื่อจื่อทำร้ายมาเป็นเวลานาน แล้วตอนนี้ก็ดันเกิดเรื่องน่าหวาดกลัวเช่นนี้ขึ้น บุตรสาวของข้ารับเรื่องราวไม่ไหวจนได้ล้มปั่วยไป ตอนนี้ยังไม่สามารถพบหน้าใครได้จริงๆ ได้โปรดใต้เท้าเจินช่วยเข้าใจด้วย”
“เช่นนั้นหรือ…” คิ้วของเจินซื่อเฉิงขยับ เขาคิดแล้วเชียวว่าต้องเป็นเช่นนี้
อย่าว่าแต่หญิงตระกูลชนชั้นสูง ถึงจะเป็นหญิงในตระกูลทั่วไป การที่รู้สึกอับอายขายหน้าไม่ต้องการพบหน้าใครก็นับว่าเป็นเรื่องที่เข้าใจได้
แต่จุดประสงค์ของเจินซื่อเฉิงที่มาในวันนี้ไม่ใช่นาง เขาจึงไม่ยืนกรานจะพบหน้าอีก พลันเปลี่ยนเป็นอีกคำถาม “ถ้าเช่นนั้น บุตรสาวคนอื่นๆ ของจวนปัวเล่า ในวันเกิดเหตุพวกเขาก็อยู่ในเหตุการณ์เหมือนกัน คงไม่ตกใจจนล้มปั่วยทุกคนหรอกกระมัง”
นายท่านรองเจียงมองหน้าเจียงอันเฉิงทีหนึ่ง
เจียงอันเฉิงเป็นคนซื่อ เขารู้สึกดีกับเจินซื่อเฉิงที่พิพากษาลงโทษอย่างหนักกับฉังซิงโหวซื่อจื่อ จึงตอบกลับอย่างยิ้มแย้ม “พวกนางสบายดีขอรับ”
เขาตกใจมากที่ซื่อเอ๋อร์ได้เจอกับเหตุการณ์นั้นเขาจึงได้ซื้อขาหมูสองขาให้ซื่อเอ๋อร์กินเพื่อบรรเทาอาการตกใจ
“งั้นข้าขอสอบถามกับคุณหนูท่านอื่นๆ แล้ว