กัน”
“ใต้เท้าเจินสอบถามได้เลยขอรับ หากนี่จะสามารถช่วยท่านได้” เจียงอันเฉิงกล่าวอย่างไม่ได้เก็บมาใส่ใจ
นายท่านรองเจียงเม้มปากอย่างลับๆ
เจ้าพี่โง่ เจอเรื่องแบบนี้แล้วยังไม่รู้จักหลีกเลี่ยงอีก
เจินซื่อเฉิงหัวเราะลั่น “ขอบใจนายท่านปัวมากไว้ข้ามีเวลาว่างข้าขอเลี้ยงสุราท่านนะ”
“งั้นข้าจะรอสุราของใต้เท้าเจินนะขอรับ”
เจินซื่อเฉิงใช้การดำเนินคดีต้องเป็นความลับเป็นข้ออ้าง ขอให้เจียงอังเฉิงและคนอื่นๆ ออกไป คนแรกที่ได้พบคือเจียงเชี่ยว
เจียงเชี่ยวเข้าไปประมาณชั่วเวลาหนึ่งก้านธูปก็เดินออกมาพร้อมกับกะพริบตาปริบๆ ให้กับเจียงซื่อ พลางกระซิบเสียงเบา “น้องสี่ไม่ต้องตื่นเต้นไป ใต้เท้าเจินใจดีมาก”
เจียงซื่อพยักหน้าแล้วเดินเข้าไป
เจินซื่อเฉิงนั่งตัวตรงและถือแก้วน้ำชาใสเอาไว้เมื่อเห็นเจียงซื่อเดินเข้ามาก็ยิ้มอ่อนให้ “คุณหนูเจียง ได้พบหน้ากันอีกแล้วนะ”
เวลานี้ ในห้องโถงว่างเปล่าไม่มีคนอื่น เจียงซื่อย่อตัวน้อมทักทายอย่างผ่าเผย “เมื่อตอนลาจากกันที่วัดหลิงอู้ ใต้เท้าบอกว่าไว้พบกันใหม่ คิดไม่ถึงเลยว่าจะเป็นที่เรือนนี้”
เจินซื่อเฉิงหัวเราะลั่นพลางชี้ไปยังเก้าอี้ตรงข้าม“คุณหนูช่างเป็นคนพูดตรงไม่อ้อมค้อมเสียจริงเชิญนั่งก่อน”
เจียงซื่อนั่งลงด้วยสีหน้าแววตาที่นิ่งเรียบคนตรงข้ามเคยเห็นความฟันคมปากคล่องของนางที่วัดหลิงอู้มาแล้ว ฉะนั้นนางก็มิต้องแสร้างทำเป็นอ่อนแออีก
“ข้าคิดไม่ถึงเลยคุณหนูจะเป็นบุตรสาวในจวนปัว”
เจี