งขวางราวกับถูกติดปิด
“ได้ยินหรือไม่ จวนตงผิงปัวจะขอบังคับหย่ากับจวนฉังซิงโหว”
“บังคับหย่าดีสิ หนีให้ห่างจากคนเช่นนั้นน่ะถูกต้องแล้ว ข้าได้ยินว่าคุณหนูจวนตงผิงปัวแต่งเข้าไปสองสามวันก็ถูกทุบตีเสียแล้ว คุณหนูกายงามดุจดอกไม้ดั่งหยกที่น่าสงสาร บาดแผลรอยฟกช้ำที่มีทั้งสีเขียวและสีม่วง ไม่มีแผลไหนดีขึ้นเลย…”
“ก่อเวรก่อกรรมจริงๆ บุตรสาวใครประสบเรื่องเช่นนี้เข้าก็ล้วนแต่ต้องบังคับหย่าทั้งนั้น แต่อย่างตระกูลใหญ่เช่นนี้ หากคุณหนูนี่จะหาตระกูลที่มีฐานะเท่าเทียมกันก็คงยากแล้วสินะ”
“ข้าได้ยินว่าก่อนจะเกิดเรื่องขึ้น มีคุณหนูอีกสองคนได้ไปพักอาศัยที่จวนฉังซิงโหวอยู่พักหนึ่ง ไม่รู้ว่าถูกรังแกโดนเอารัดเอาเปรียบอะไรด้วยหรือไม่…”
……
เฝิงเหล่าฮูหยินได้ยินข่าวซุบซิบที่แพร่มาถึงจวนตงผิงปัวก็โกรธจนตัวสั่น พลางเรียกเซียวซื่อมาด่าทอยกใหญ่บุตรสาวที่ได้แต่งงานอย่างโอ่อ่าตกต่ำไม่เป็นท่าเซียวซื่อจึงทำได้เพียงทนฟัง หลังกลับถึงเรือนจึงตำหนิอย่างอดไม่ได้ “เชี่ยนเอ๋อร์ ในเมื่อลูกรู้ว่าเจ้าสัตว์เดรัจฉานนั่นเป็นคนเช่นไร เหตุใดเจ้าถึงยังเรียกให้น้องๆ ไปอยู่ที่จวนโหวอีก”
เจียงเชี่ยนไม่มีวันยอมรับแน่นอนว่านางวางแผนจะทำบางอย่างกับเจียงซื่อ นางตอบกลับอย่างน้อยอกน้อยใจ “ที่ลูกเรียกน้องๆ ไปพักวันสองวัน ก็เพื่อที่จะยืนยันว่าลูกมีหน้ามีตาในเรือนฝังมารดา อย่างน้อยก็เพื่อให้เฉาซิงอวี้ระมัดระวังบ้าง…”
เซียวซื่อถอนหายใจเฮือกใหญ