นกลับวิ่งไล่ไม่หยุดจนสร้างความน่าอับอายให้นางจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน
เอ้อร์หนิวทำหน้าเครียด
มันไม่ง่ายเลยสักนิด ทั้งต้องฟังคำสั่งนายหญิงว่าต้องทำให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ ทั้งยังต้องทนฟังเสียงกรีดร้องดั่งปีศาจของสตรีเหล่านี้ แล้วยังต้องรับมือกับพวกที่ถือไม้กระบองไล่ตามมาอีกในความโกลาหล เจียงซื่อยิ้มกว้างซ่อนตัวอยู่ในพุ่มดอกไม้ที่อยู่ไม่ไกล
นางคิดไม่ถึงว่าเอ้อร์หนิวจะวิ่งเข้าไปในจวนโหว
แต่การมีเอ้อร์หนิวอยู่ตรงนั้น หากจะทำให้เป็นเรื่องใหญ่จนดึงดูดให้ใต้เท้าเจินมาสนใจได้ก็คงง่ายขึ้นเหมือนกัน
เวลานี้คงมีความเคลื่อนไหวบ้างแล้วกระมัง
เจียงซื่อมองไปทางหนึ่ง พบว่าฉังซิงโหวสองพ่อลูกกำลังย่ำเท้ามาด้วยความเร็ว แล้วคนที่เดินตามหลังไม่กี่ก้าว ก็คือ ‘ผู้บัญชาการทหารประจำอำเภอ’ ที่เพิ่งลาจากกันไปเมื่อครู่อย่างไม่ต้องสงสัย
“เอ้อร์หนิว…” เจียงซื่อเรียกชื่ออย่างแผ่วเบา
ในความโกลาหล เสียงเรียกอันแผ่วเบาของนางนอกจากเจียงเชี่ยวที่อยู่ข้างๆ ได้ยินแล้ว ไม่มีใครได้ยินอีก แต่เอ้อร์หนิวกลับหันหัวกลับมาอย่างทันทีทันใด
ก็เพราะประสาทรับรู้ของสุนัข เป็นสิ่งที่มนุษย์ไม่สามารถเทียบได้
เจียงซื่อชูมือออกไปอย่างลับๆอุ้งเท้าหน้าเอ้อร์หนิวหยุดลง พลันเปลี่ยนทิศทางในทันใด
สภาพจิตใจของเจียงเชี่ยนเพิ่งสงบลง รอยยิ้มแห่งความโชคดีที่เพิ่งเผยออกมา พลันเปลี่ยนเป็นความหวาดกลัวอย่างรวดเร็ว
ทางที่สุนัขตัวใหญ่วิ่งไปคือพุ่มดอกโบต