้บัญชาการจะรู้สึกตงิดอยู่ในใจ ทว่าเนื่องจากเป็นคดีเร่งด่วนเขาจึงไม่ซักถามอะไรมาก
ยิ่งไปกว่านั้นผู้บัญชาการอายุปูนนี้แล้ว แถมยังเป็นข้าราชการรับผิดชอบดูแลความสงบเรียบร้อยในสังคมอีก เขาผ่านเรื่องราวต่างๆ มามากมาย จึงเข้าใจสถานการณ์แบบนี้ดีว่าถามประวัติของคนพวกนี้ไปก็ไม่มีประโยชน์กับรูปคดีดังนั้นจึงแสร้งทำเป็นไม่สนใจ
ทว่านี่ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่เคารพอวี้จิ่นและพวก
“เป็นยายื้อชีวิตชนิดหนึ่ง สามารถทำให้คนที่บาดเจ็บสาหัสฟืนขึ้นมาได้ชั่วขณะ”“แล้วหลังจากนั้น…”
“ไม่มีผลข้างเคียงใดๆ เดิมถ้าผู้เจ็บอาการไม่ค่อยดีนัก เห็นท่าว่าจะตายก็คงต้องตายตามนั้น”
ผู้บัญชาการ “…” นี่ลูกชายจากตระกูลไหนพูดจาเช่นนี้ไม่เคยถูกตีรึ
อวี้จิ่นเห็นนางอาการร่อแร่ สีหน้าไร้ซึ่งความรู้สึกจึงนำขวดลายครามที่ถือเล่นอยู่ในมือเอ่ยถามผู้บัญชาการออกไป “ท่านต้องการหรือไม่ ถ้าไม่ต้องการข้าจะได้เก็บ”
เนื่องจากแรกเริ่มคดีนี้มันพัวพันกับเจียงจั้น ถ้าสามารถเปิดเผยความจริงออกมาได้ก็ดี ทว่าถ้าไม่แล้วปล่อยผ่านละเลยไป มันก็ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับพวกเขา
เมื่ออวี้จิ่นไม่อะไรคิดมาก เขาจึงยิ่งทำท่าทางตามอำเภอใจ
ผู้บัญชาการสับสนอยู่นานแล้วตัดสินใจออกมาอย่างแน่วแน่ “อืม เอาให้นางกินซะ”
“โยม ยาที่ไม่มีที่มาที่ไปเช่นนี้ถ้าเกิดว่าเอาให้กินแล้วเกิดเรื่องขึ้นมา มันจะกลายเป็นความผิดของโยมนะ” เสวียนฉือพนมมือพลางเอ่ยเตือนอวี้จิ่นรีบชักขวดลายครามกลับอ