ดดันให้นางและเขากราบไหว้ฟั้าดินเข้าพิธีแต่งงาน
ในช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในชั่วชีวิตของหญิงสาวเขาหวังว่านางจะยินยอมพร้อมใจ และตั้งตารอ
เจียงจั้นเริ่มสนใจ “พูดเช่นนี้ พี่อวี๋ชีมีคนที่หมายปองแล้วงั้นหรือ”
“อืม” อวี้จิ่นตอบเบาๆ
“พี่อวี๋ชีเพิ่งมาที่เมืองหลวงไม่ใช่หรือ ไม่นึกเลยว่ามีคนที่หมายปองแล้ว บอกมาเร็วๆ ว่าคุณหนูคนนั้นเป็นใคร ไม่แน่ว่าข้าอาจจะช่วยได้” เจียงจั้นถาม
มักจะรู้สึกว่าการปรากฏตัวของพี่อวี๋ชีที่นี่เป็นเรื่องบังเอิญเกินไป คนๆ นี้คงจะไม่ได้หมายปองน้องสี่ใช่ไหม
อวี้จิ่นยิ้ม “รู้จักตั้งนานแล้ว”
เจียงจั้นก็โล่งอก “ที่แท้เป็นกิ่งทองใบหยก ข้าคงช่วยไม่ได้แล้ว พี่อวี๋ชีต้องพยายามแล้วล่ะ”
อวี้จิ่นพยักหน้า “อืม ข้าจะพยายาม”
เจียงซื่อฟังอยู่อย่างเงียบๆ ในใจรู้สึกคลุมเครือ
เมื่อตอนที่องค์ชายเจ็ดอายุไม่ถึงสิบสองปีได้เสด็จไปทางหนานเจียง คนสนิทของเขานอกจากสตรีศักดิ์สิทธิ์อาซังแล้วยังจะมีใครอีก
อาซังตายไปแล้ว เขายั่วนางที่โฉมหน้าคล้ายกันหลายรอบ ซึ่งถือว่าสูสีกับจี้ฉงอี้
นับว่าเป็นคู่บุญวาสนาของนาง ที่ได้พบคนที่หลงใหลสองคน
“พี่รอง คุณชายอวี๋ เชิญพวกท่านค่อยๆ คุย ข้าไปเดินเล่นก่อนล่ะ”
อวี้จิ่นอ้าปากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ถูกเจียงจั้นฉุดไว้ “ไม่ง่ายเลยที่จะได้พบกัน พี่อวี๋ชี พวกเราไปดื่มชากันเถอะ”
เจียงซื่อเดินสวนอวี้จิ่นโดยมองไปข้างหน้าอย่างมั่นคง
ไม่สนใจเขา? อวี้จิ่นท่าทางปกติ และดีดนิ้วเบาๆ