ู้สึกว่าเรื่องนี้เกินความจริงไปมาก
“ชักช้าอยู่ไย ยังไม่รีบมาพยุงข้าไปเปลี่ยนอาภรณ์อีกล่ะ อ้อจริงสิ อย่าลืมนำประทัดสองพวงไปจุดที่หน้าประตูใหญ่ด้วย สิ่งชั่วร้ายจะได้หมดไปเสียที!” เฝิงเหล่าฮูหยินกล่าวอย่างอารมณ์ดี
ฝูงชนยังคงเฝั้ารออยู่ที่หน้าประตูจวนตงผิงปัวท่ามกลางความมืด ในขณะนั้นผู้คนต่างเริ่มถกเถียงกันว่าเหตุการณ์คราวนี้จะส่งผลต่อชีวิตของเฝิงเหล่าฮูหยินหรือไม่ทันใดนั้นเองคนรับใช้หลายคนก็เดินออกมาพร้อมกับถาดประทัดในห่อกระดาษสีแดง ประทัดที่ถูกนำไปแขวนและจุดไฟส่งเสียงดังก้องไปทั่ว
เด็กๆ ที่ยืนดูเหตุการณ์ต่างส่งเสียงกรีดร้อง บ้างก็หัวเราะพลางเอามืออุดหู
ผู้คนต่างมองหน้ากันและตะโกนถามคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ว่า “จวนนี้จุดประทัดทำไมกัน”
คนรับใช้จวนปัวเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้มเริงร่าว่า“ดวงตาของเหล่าฮูหยินหายดีแล้ว!”
อะไรนะ เหล่าฮูหยินแห่งตงผิงปัวตาหายดีแล้วหรือ
เสียงฮือฮาของฝูงชนดังกลบเสียงประทัด จากนั้นไม่นานก็เริ่มมีเสียงคนร้องโอดครวญขึ้นว่า “ซวยแล้ว ซวยแล้ว เงินของเมียข้าไม่เหลือแล้ว!”
เสียงจากด้านนอกดังเซ็งแซ่ขนาดที่เฝิงเหล่าฮูหยินที่กำลังอาบน้ำอยู่ในจวนก็ยังได้ยิน นางจึงถามด้วยความสงสัยว่า “ข้างนอกมีงานศพหรืออย่างไร”
อาฝูยิ้มพลางเอ่ยตอบ “คาดว่าน่าจะเป็นเสียงของคนที่แพ้พนันเจ้าค่ะ”เฝิงเหล่าฮูหยินครุ่นคิดชั่วครู่ เมื่อเริ่มเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นจึงเอ่ยอย่างเย้ยหยันว่า “สมน้ำหน้า!”
ในคืนนั้นทั่ว