เมื่อปีก่อน ทำไมหรือ”
เจียงซื่อถอนหายใจ
ยามที่คนในเมืองหลวงมุงดูเรื่องชาวบ้านก็พอมีธรรมเนียมปฏิบัติอยู่บ้าง เมื่อทั้งสองฝั่ายกำลังพูดคุยถึงสาระสำคัญ ทุกคนก็จะเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ ไม่มีผู้ใดปริปากส่งเสียงเลยสักคน ดังนั้นคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ จึงได้ยินเสียงถอนหายใจแผ่วเบาของเจียงซื่ออย่างชัดเจน
คุณหนูจวนปัวถอนหายใจเรื่องอะไรกันนะความอยากรู้อยากเห็นของผู้คนรอบข้างจึงเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว
เจียงซื่อจึงพูดต่อว่า “ท่านก็น่าจะทราบดีว่าดวงตาของท่านย่าข้ามองไม่เห็นมาหลายวันแล้วอาสะใภ้รองจึงเชิญหลิวเซียนกูมาทำพิธีให้ หลิวเซียนกูก็ช่วยทำพิธีปัดเปั่าสิ่งชั่วร้าย ทั้งยังบอกอีกว่าดวงตาของท่านย่าจะหายดีในสามวัน”
เมื่อพูดจบ เจียงซื่อหันไปทางฝูงชนและเอ่ยถามว่า “เรื่องนี้พวกท่านก็คงได้ยินกันมาแล้วมิใช่หรือ”
“ได้ยินแล้ว เรื่องนี้มีใครไม่รู้บ้างเล่า” ผู้คนต่างพากันหัวเราะเจียงซื่อจึงหันไปทางหญิงผู้นั้นและพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “เรื่องของลูกท่านเป็นเรื่องที่เกิดตั้งแต่ปีที่แล้ว เหตุใดจึงไม่นำตัวหลิวเซียนกูไปให้ทางการเสียตั้งแต่ตอนนั้น ไฉนจึงต้องรอจนถึงบัดนี้”
หญิงผู้นั้นกลอกตา ร้องไห้ฟูมฟายพลางกล่าว“คุณหนูจะมาเข้าใจความทุกข์ยากของคนธรรมดาอย่างพวกข้าได้อย่างไร ท่านอยากจะเชิญหลิวเซียนกูมาเมื่อใดก็ย่อมได้ แต่สำหรับพวกข้าแล้วไม่มีปัญญาไปเชิญคนใหญ่คนโตเช่นนั้นไหวหรอก นางรักษาลูกชายข้าจนตายยังไม่ยอมรับผิด ซ้ำ