ร้ายยังให้คนมาไล่ครอบครัวข้าให้ไปอยู่นอกเมือง ในตอนนั้น บ้านข้ามีทั้งคนแก่เด็ก คนปั่วย ถึงบัดนี้ก็เพิ่งจะดีขึ้น…”
หญิงผู้นั้นร้องห่มร้องไห้ทำให้ผู้คนรอบข้างต่างพากันเห็นใจ
“ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้นี่เอง” เจียงซื่อพยักหน้า “ถ้าอย่างนั้นขอให้ท่านทนรออีกสักวันเถิด หลิวเซียนกูบอกว่าดวงตาของท่านย่าจะดีขึ้นในสามวันพรุ่งนี้ก็จะเป็นวันสุดท้ายแล้ว”
“ไม่ได้!” หญิงผู้นั้นแผดเสียงดัง “เกิดพรุ่งนี้หลิวเซียนกูหนีไปจะทำอย่างไร ถึงเวลานั้นข้าจะไปตามหานางได้ที่ไหนอีก ข้าต้องการพาตัวนางไปส่งให้ทางการเดี๋ยวนี้!”
เจียงซื่อค่อยๆ ชักมือของตัวเองออกจากมือของหญิงผู้นั้น “หากแค่อีกวันเดียวท่านยังรอไม่ได้ ข้าเองก็ไม่รู้จะทำเช่นไรแล้ว หากท่านเข้าไปพบนางในยามนี้และกระทบกับการรักษาท่านย่าขึ้นมาล่ะ”
“คุณหนูช่างไม่ยุติธรรมกับข้าเสียจริง ข้าแค่กลัวว่าหลิวเซียนกูจะหนีไปเท่านั้น”
เจียงซื่อหัวเราะพลางเอ่ยเสียงดังว่า “ข้าถามพวกท่านหน่อยเถิดว่า ท่านคิดว่าพรุ่งนี้หลิวเซียนกูจะหนีรอดจากจวนปัวไปได้หรือไม่”
คนรอบข้างต่างพากันหัวเราะตอบว่า “ไม่มีทางหรอก”
หญิงผู้นั้นมองไปที่ฝูงชนด้วยสีหน้าว่างเปล่ากับจิตใจสับสนว้าวุ่น
มีคนช่วยเสนอ “เจ้าไม่รู้หรือว่า พวกข้าเดิมพันเอาไว้แล้ว หากดวงตาของเหล่าฮูหยินดีขึ้น ไม่ว่าผลจะแพ้หรือชนะ ก็ต้องมาดูกันว่าเซียนกูที่มีพลังเทพเจ้านั้นเป็นอย่างไร แต่หากดวงตาของเหล่าฮูหยินรักษาไม่หาย เหอะๆ พวกเราย