สาปแช่งเซียวซื่อ “กระดาษยันต์ ชาดและของอื่นๆ ล้วนแต่เป็นสิ่งของน้ำหนักเบา ไม่จำเป็นต้องใช้คนมากถึงเพียงนั้นหรอก”
เซียวซื่อพูดกับอีกฝั่ายด้วยสีหน้าคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้มว่า “ปัญหาเรื่องดวงตาของเหล่าฮูหยินล้วนต้องฝากความหวังทั้งหมดไว้บนตัวเซียนกู ดังนั้นความปลอดภัยของท่านข้าย่อมพึงคำนึงถึงอย่างถี่ถ้วน”
หลิวเซียนกูมุมปากกระตุก ไม่พูดอะไรอีก
คิดถึงเมื่อปีนั้นที่นางหลบหนีไปหลังจากการทำพิธีขับไล่สิ่งชั่วร้ายไม่สำเร็จและถูกเปิดโปง ก็อยู่รอดปลอดภัยมาจนถึงทุกวันนี้ได้ กับมืออาชีพที่มีประสบการณ์โชกโชนอย่างนาง วิชาจักจั่นลอกคราบของนางเรียกได้ว่าอยู่ในระดับที่ไม่อาจดูถูกได้เลย
หลิวเซียนกูพาลูกศิษย์ออกจากประตูจวนตงผิงปัว ไม่สนใจสาวรับใช้เจ้าเนื้อสองคนที่เดินตามอยู่ด้านหลังสักนิด แล้วนางก็มุ่งตรงไปยังร้านประจำทันที
ร้านค้าแห่งนี้เป็นอาคารสองชั้นที่หันหน้าเข้าหาถนน มีคำว่า ‘ตาน’ ซึ่งมีความหมายว่าแดงชาดขนาดใหญ่เขียนติดไว้บนธงขาวที่โบกสะบัดไปมาตามสายลม
“ไอ้หยา นั่นเซียนกูไม่ใช่รึ” พนักงานชายวิ่งเข้ามาทักทายด้วยน้ำเสียงสนิทสนม
“เหมือนเดิม” หลิวเซียนกูกล่าวด้วยสีหน้าไม่เปลี่ยนแปลง
“ไม่มีปัญหา เชิญเซียนกูขึ้นไปที่ชั้นบนได้เลยขอรับ” พนักงานชายพาหลิวเซียนกูและคนอื่นๆขึ้นไปยังชั้นสอง ตาเหลือบมองสองสตรีที่ตามหลังมาด้วยความสงสัยใคร่รู้
หลิวเซียนกูเป็นลูกค้าเก่าของพวกเขา ปกตินางจะพาลูกศิษย์มา แต่กับสตรีสองน