่อว่าดวงตาของเหล่าฮูหยินจะดีขึ้นเพียงเพราะการทำพิธีนั่น ครั้นถึงตอนนั้นค่อยบอกกับเหล่าฮูหยินว่าเรื่องของหลิวเซียนกูนั้นไม่เป็นความจริงจากนั้นค่อยเชิญคนมาใหม่
แน่นอนว่า ถ้าหากเรื่องที่จะให้ชี้ที่เจียงจั้นนั้นเกิดผิดพลาดขึ้นมา หลังจากทำพิธีไปแล้วดวงตาของเหล่าฮูหยินไม่ดีขึ้นนางก็จะเปลี่ยนอีกวิธีหนึ่ง“ถ้าอย่างนั้นข้าจะเริ่มแล้วนะ” หลิวเซียนกูเอากระดิ่งมาตรงที่หน้าอก ในมือสั่นกระดิ่งไม่หยุดแล้วเดินวนรอบเจียงเชี่ยน
ส่วนคนอื่นต่างถอยออกห่างไปโดยไม่รู้ตัว
เจียงเชี่ยนที่ยืนอย่างโดดเดี่ยวตรงนั้น ยามฟังคำสวดของหลิวเซียนกู จากใบหน้าที่ขาวก็เปลี่ยนเป็นสีแดง แล้วจากแดงก็เปลี่ยนเป็นขาวราวกับจานสี
“ออกไป!” ไม่รู้ว่าเดินวนไปนานเท่าไหร่ จู่ๆ หลิวเซียนกูก็ยกมือขึ้นมา พร้อมกับในมือที่มีเปลวเพลิงลุกโชนเสียงอุทานดังขึ้นไม่หยุดพัก
มือที่มีเปลวไฟถูกวางลงบนหัวไหล่ของเจียงเชี่ยน
อ้ากกก เจียงเชี่ยนร้องขึ้นอย่างคุมตัวเองไม่ได้
ที่แปลกคือ จู่ๆ เปลวไฟนั้นก็ดับลงไปเสียอย่างนั้น ทั้งเสื้อผ้าของเจียงเชี่ยนก็ไม่ถูกไหม้เลยแม้แต่น้อย
“นั่นอะไร”
เฝิงเหล่าฮูหยินหรี่ตามองตำแหน่งหัวไหล่ของเจียงเชี่ยนค่อยๆ ปรากฏปานสีแดงขึ้นมา สีแดงนั้นยิ่งเข้มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ทุกคนต่างอดไม่ได้ที่จะคิดว่ามันเป็นเลือดสด
ผ่านไปหลายชั่วยาม สีแดงวงนั้นก็ค่อยๆ จางลงจนที่ท้ายสุดก็จางหายไปราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น
“เรียบร้อยแล้ว สิ่งชั่วร้ายได้ถ