วโดยเฉพาะรากบัวที่ทอดจนไหม้เกรียมนั่น เจียงซื่อเอาจมูกสูดกลิ่นเข้าไปกลิ่นพริกไทยฉุกกึก
“นี่มันเรื่องไร้สาระอันใดกัน ไม่ใช่ว่าเตรียมให้คุณหนูของเรากินของเหลือเดนพรุ่งนี้เช้าเลยหรืออย่างไร” อาหมานโกรธจนยกอาหารออกไป
“เก็บอาหารพวกนั้นเอาไว้ในกล่องอาหารเช่นเดิมของมื้อกลางวันนั้นด้วยเช่นกัน เดี๋ยวยกตามข้าไปทักทายเฝิงเหล่าฮูหยินที่เรือนฉือซิน” เจียงซื่อไม่อยากทำร้ายกระเพาะตัวเองในมื้อต่อไปอีกแล้วจึงตัดสินใจแน่วแน่เฝิงเหล่าฮูหยินชอบให้ลูกหลานเข้าหาตน แต่เนื่องด้วยอายุมากขึ้น จึงกำชับให้ลดการเข้าพบคารวะจากวันละสองครั้งเป็นหนึ่งครั้งก็พอ ซึ่งคือตอนเย็นก็ไม่จำเป็นต้องเข้ามาหาอีกต่อไปแล้ว
ในเวลานี้บ่าวรับใช้ก็ขานขึ้นมาว่าคุณหนูสี่ขอเข้าพบ เดิมทีไม่ต้องให้การพบ หากแต่ว่านางรู้สึกเหมือนเจียงซื่อทำเช่นนี้ในฝัน สุดท้ายก็อนุญาตให้เข้ามา
“หลานสาวน้อมทักท่านย่า ไม่ทราบว่าท่านย่ารับประทานอาหารเย็นอร่อยหรือไม่เจ้าคะ” เจียงซื่อเข้าหาอย่างมีมารยาท ไม่ผิดกับตัวตนของนางที่เรียบร้อย
“อายุขนาดนี้กับข้าวกับปลาก็ไม่ค่อยอยากกินสักเท่าไหร่นักหรอก ไม่เหมือนเด็กๆ อย่างพวกเจ้า”เฝิงเหล่าฮูหยินถอนหายใจพลางใช้มือลูบตาซ้าย
ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดพอนางได้เห็นเจียงซื่อแล้วนึกถึงความฝันนั้น อีกทั้งได้เจอเจียงซื่อแล้วเจ็บตาซ้ายขึ้นมาอย่างประหลาด
“ใช้โอกาสที่มาน้อมทักท่านย่า หลานขออนุญาตปรึกษาท่านเรื่องหนึ่งเจ้าค่ะ”
“เรื่องอัน