ันไปมอง จึงเห็นเป็นบุรุษคนหนึ่ง ซึ่งได้ยืนห่างออกไปราวสิบอิงฉื่อ
บุรุษคนนั้นอายุราวๆ สิบเจ็ดสิบแปด แต่สูงกว่าเขาเกือบสองนิ้ว รูปคิ้วโค้งเรียวยาว ดวงตาสีดำเงางาม ใบหน้าเย็นชาแทบไม่แสดงสีหน้าใดๆราวกับดาบเลื่องชื่อที่ซ่อนไว้ในฝักมีด แทบไม่กล้าสบตาด้วย
“เจ้าเป็นใคร” เจียงจั้นตะลึงตกใจ
“ข้าเป็นคน” บุรุษตอบกลับ
“แล้วนั่นคือ——” เจียงจั้นก้มหัวอย่างลำบากพลางชี้ไปยังเจ้า ‘หน้าม้า’ ที่เดินกะเผลกไปหาบุรุษผู้นั้นด้วยสีหน้าที่ดูซับซ้อน
บุรุษมองลึกเข้าไปในดวงตาของเจียงจั้น พลางเปล่าออกมาคำหนึ่ง ‘สุนัข’
ในเสี้ยวเวลานั้น เจียงจั้นสัมผัสได้ถึงความตลกที่มาจากบุรุษผู้นั้น
แค่กๆๆๆ เจียงจั้นใช้เสียงไอกลบเกลื่อนความอาย
บุรุษลูบหัวเจ้าสุนัขตัวนั้น พลางเอ่ยเตือน “ถ้าไม่กลับกันอีก เดี๋ยวคนๆ นั้นก็ตื่นหรอก”
เจียงจั้นก้มหัวลง ถึงได้พบว่าคนที่โจมตีเขาก่อนหน้านี้ล้มอยู่ตรงหน้าเขา
“เขาตายแล้วหรือ”
“ยัง แค่สลบน่ะ”
เจียงจั้นดูมือของตัวเอง พบว่าเปือนไปด้วยสิ่งของที่มีสีเขียว จึงบ่นงึมงำ “นี่มันอะไรกัน”
“ไถเสี่ยน[1]น่ะ” บุรุษตอบกลับอย่างเรียบๆ และยังใช้นิ้วชี้ให้ดู “จากบนกำแพง”
เจียงจั้นมองตาม ถึงได้เข้าใจว่า ของเหลวที่เขาสัมผัสโดนเมื่อครู่นี้ มันมาจากตรงนี้นี่เอง
ที่แท้ไม่ใช่เลือดของเขา แต่คือมอสส์!
การได้รู้ว่าสิ่งนั้นคืออะไร มันทำให้เจียงจั้นถึงกับหน้าแดง พลางเอ่ยด้วยความเขิน “งั้นเรารีบหนีกันเถอะ”
“อืม หนีไปพร