้ความจริงๆ” รอยย่นตรงตาของเฝิงเหล่าฮูหยินเห็นชัดมาก จากนั้นก็เรียกเจียงซื่อให้เข้ามาใกล้ “ซื่อเอ๋อร์รู้หรือไม่ว่าแขกที่มาคือผู้ใด”
“ไม่ทราบเจ้าค่ะ”
“แขกท่านนั้นคือฮูหยินซื่อจื่อจากจวนอันกั๋วกง”เฝิงเหล่าฮูหยินมองสีหน้าของเจียงซื่อที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง พลางถามต่อ “จวนอันกั๋วกงอยากให้เจ้าแต่งเข้าไปเร็วขึ้น เจ้าจะยอมหรือไม่”“ท่านแม่!” เจียงอันเฉิงพลันโกรธจนหน้าแดง
ท่านแม่เป็นอะไรไป เหตุใดถึงถามซื่อเอ๋อร์เช่นนี้ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้บอกกล่าวสิ่งใด นี่มันเป็นการหลอกกันมิใช่หรือ
เฝิงเหล่าฮูหยินไม่สนใจเจียงอันเฉิงและมองเจียงซื่อด้วยแววตาที่แวววับ
นางคิดว่านางรู้จักหลานสาวคนนี้มากกว่าบุตรชายคนโต
คนที่มีจิตใจสูงยิ่งกว่าฟั้า แต่ชีวิตบางยิ่งกว่ากระดาษ ก็หมายถึงยัยหนูนี่ล่ะ นางไม่เชื่อหรอกว่า หลานสาวคนนี้จะยอมทิ้งงานสมรสดีๆเช่นนี้ลงได้
แววตาและสีหน้าของเจียงซื่อยังคงนิ่งเรียบไร้การเปลี่ยนแปลง นางเพียงเอ่ยถามเสียงเรียบ“คุณชายสามใกล้จะตายแล้วหรือเจ้าคะ ถึงอยากให้ข้าแต่งเข้าไปเร็วขึ้นเพื่อความเป็นมงคล”
เฝิงเหล่าฮูหยินตะลึงตกใจ
มุมปากของเจียงอันเฉิงยกสูงขึ้นทันที
ไม่รู้ว่าทำไม พอได้ยินบุตรคนเล็กถามเช่นนี้ ก็รู้สึกว่าตนสามารถวางใจได้แล้ว“คุณชายจี้ยังสบายดี เจ้าคิดอะไรอย่างนั้นกันเล่า” คำพูดของเจียงซื่อที่ไม่เป็นไปตามคาดสร้างความตกใจให้กับเฝิงเหล่าฮูหยินอยู่พักใหญ่
“หรือว่า อันกั๋วกงหรือฮูหยินของอันกั๋ว