้วยเถอะขอรับ”
เอ๊ะ นี่มันคิดจะจับพลัดจับผลูรึ!
อันกั๋วกงยิ่งโมโหลุกเป็นไฟ “ฝันไปเถอะ ถ้าข้ายังมีชีวิตอยู่ เจ้าก็อย่าได้หวังเรื่องนี้อีก เจ้าต้องแต่งกับคุณหนูสี่จวนตงผิงปัว!”
เว่ยซื่อไม่เกลี้ยกล่อมอีก พลางมีสีหน้าที่แย่พอกันเดิมที นางดูถูกจวนตงผิงปัวเป็นอย่างมาก ในตอนนั้น อันกั๋วกงอยากตอบแทนบุญคุณที่ตงผิงปัวเคยช่วยชีวิตไว้ จึงมีความตั้งใจว่าจะให้บุตรของทั้งสองฝั่ายได้หมั้นหมายกัน แล้วเรื่องนี้ก็ทำให้นางมีปากเสียงกันอยู่บ่อยครั้ง
แต่จวนตงผิงปัวก็ยังไม่แย่เท่ากับชาวบ้านธรรมดา
จี้ฉงอี้คุกเข่าหลังตรง น้ำเสียงยังคงเด็ดขาด“ท่านพ่อ ข้าชอบแต่เฉี่ยวเหนียง หาได้ชอบคุณหนูสี่แห่งตงผิงปัวไม่ ข้าไม่เคยพบหน้านางเลยสักครั้ง จึงไม่อาจตบแต่งเป็นภรรยาและสามีกับนางได้จริงๆ!”“ซานหลาง พ่อไปถามมาให้เจ้าแล้ว แท้จริงแล้วคุณหนูสี่แห่งจวนตงผิงปัวเป็นสตรีในตระกูลชั้นสูงที่มีรูปงามเลื่องลือไปทั่วเมืองหลวง” อันกั๋วกงพยายามเกลี้ยกล่อมด้วยความใจเย็น
“ใช่ลูก หลังจากที่ทำการหมั้นหมาย แม่เองก็เคยถามเหมือนกัน พ่อเจ้าไม่ได้พูดปดกับเจ้า” เว่ยซื่อคล้อยตาม
“ในสายตาของลูก ไม่มีหญิงใดงดงามเท่าเฉี่ยวเหนียงอีก!” จี้ฉงอี้เงยหน้ามองอันกั๋วกง “ท่านพ่อ ท่านสามารถตอบแทนบุญคุณจวนตงผิงปัวด้วยการผูกเป็นญาติด้วยกัน แล้วเหตุใดท่านถึงเข้าใจลูกด้วยมิได้ หากไม่มีเฉี่ยวเหนียง ลูกอาจไม่มีชีวิตอยู่บนโลกนี้แล้วก็เป็นได้…”
“หุบปาก! เอาเ