ป็นว่าเรื่องงานสรสไม่ใช่เรื่องที่เจ้าจะมาทำเล่นๆ เช่นนี้ ถ้าเจ้ายังไม่ได้สติอีก ข้าจะสั่งให้คนส่งเฉี่ยวเหนียงกลับไปเดี๋ยวนี้!”
“ถ้าท่านพ่อไล่เฉี่ยวเหนียงกลับ งั้นก็ไล่ลูกออกไปด้วย!” จี้ฉงอี้เปลี่ยนเป็นยืนขึ้นแล้วพูด
“นี่เจ้า!” อันกั๋วกงโมโหจนตัวสั่น แล้วตะโกนสั่งบ่าวรับใช้ที่ยืนหน้าประตู “ให้คนไล่เฉี่ยวเหนียงออกไป!”“อย่านะ!” เมื่อเห็นบ่าวรับใช้กำลังจะเดินไป จี้ฉงอี้จึงวิ่งตาม
อันกั๋วกงตะโกนขึ้น “ต้าหลาง จับเจ้าสามเอาไว้!”
จี้ฉงหลี่ดึงแขนจี้ฉงอี้เอาไว้พร้อมเกลี้ยกล่อม“น้องสาม เจ้าอย่ายั่วโมโหท่านพ่ออีกเลยนะ”
“พี่ใหญ่ ถอยไป!” จี้ฉงอี้อยากผลักจี้ฉงหลี่ออกแต่ผลักไม่ออก เมื่อเห็นบ่าวรับใช้จะออกจากประตูแล้ว ด้วยความที่ทั้งเป็นกังวลและโมโห เขาก็อ้วกเลือดออกมาเต็มพื้น จากนั้น ก็ล้มลงบนตัวจี้ฉงหลี่ทันทีเว่ยซื่อตะลึงตกใจจนหน้าเสีย แล้วตะโกนเสียงสูง“ไปตามหมอเร็ว!”
ไม่นาน หมอก็มาดูอาการจี้ฉงอี้ และอธิบายว่าการกระอักเลือดและการสลบ เกิดจากอารมณ์ที่พลุ่งพล่านกะทันหันมากเกินไป บวกกับมีความเย็นไหลเข้าภายในร่างกายมาก ต่อจากนี้ไป ต้องบำรุงรักษาให้เป็นอย่างดี อย่าได้ดีใจมากเกินไปหรือเสียใจมากเกินไป
ระหว่างที่รอหมอออกไปเขียนใบสั่งยา เว่ยซื่อก็อดที่จะตำหนิอันกั๋วกงไม่ได้ “นายท่านใจร้อนถึงเพียงนี้ คิดจะบีบบังคับให้ลูกตายให้ได้เลยหรืออย่างไรเจ้าคะ”“ข้าเนี่ยรึบีบบังคับให้เขาตาย ที่เขาเป็นแบบนี้ก็ไม่ใช่เพรา