ฤดูใบไม้ร่วงในปีหลังจากนางออกเรือนไป พอได้ยินข่าวร้ายนั่น ก็ทำให้รู้ว่า นางเองก็เสียใจกับเรื่องนี้ไม่น้อย
พี่ชายที่ซื้อขนมดอกบัวกุหลาบจากตลาดกลับมาให้นางโดยไม่หวั่นกลัวว่าจะถูกท่านพ่อใช้ไม้แส้ฟาดคนนั้น ไม่มีอีกต่อไปแล้ว
“คุณหนู——” อาหมานที่เพิ่งออกมาจากช่องเห็นเจียงซื่อเหม่อลอย จึงขานเบาๆ
เจียงซื่อดึงสติกลับมาพลางยิ้มให้กับตัวเอง
ในตอนนั้น นางช่างเหมือนคนตาบอด พี่ชายลูกพี่ลูกน้องที่อยู่ที่เรือนของท่านอารอง ถึงจะมีความสามารถโดดเด่นแค่ไหน ก็ไม่มีทางซื้อขนมดอกบัวกุหลาบให้นาง ส่วนพี่ชายของตน แม้จะแย่สักแค่ไหน แต่เขาก็ยังรักและเอ็นดูนางด้วยความจริงใจ
“ไปกันเถอะ” เจียงซื่อสงบจิตใจ คำนวณเวลาอยู่แวบหนึ่ง ก็พาอาหมานตรงไปยังทะเสสาบมั่วโยว
โชคดีที่ทางราชการยกเลิกคำสั่งห้ามออกนอกสถานที่ในเวลากลางคืนแล้ว แล้วทะเลสาบมั่วโยวก็บังเอิญอยู่ทิศตะวันตกของเมืองซึ่งเป็นทิศเดียวกันกับจวนตงผิงปัว มันสร้างความสะดวกให้กับเจียงซื่อเป็นอย่างมาก
เจ้านายกับสาวใช้สองคนย่ำเท้าไปยังที่หมายอย่างรวดเร็ว ภายใต้แสงจันทร์ที่ให้แสงสว่าง ทำให้พอเห็นเงาของคนสองคนอยู่ตรงริมทะเลสาบเป็นลางๆ
ในตอนนั้นอาหมานตะลึงตกใจมาก พลางเอ่ยเสียงเบา “คุณหนู มีคนจริงๆ ด้วยเจ้าค่ะ!”
เจียงซื่อชี้ไปยังแผ่นหินแผ่นนึงที่สลักไว้ว่า‘ทะเลสาบมั่วโยว’ ด้วยใบหน้าอันไร้สีหน้าใดๆหินแผ่นนั้นสูงครึ่งฟุตกว่า ใหญ่พอให้คนๆ หนึ่งหลบด้านหลังแผ่นหินนั้นได้สบาย