ท่านรีบกลับจวนเถิด นี่ก็ดึกมากแล้ว หากมีใครพบเข้าจะแย่นะเจ้าคะ” หญิงสาวก้มหน้าเอ่ยด้วยความกล้ำกลืนฝืนทนจี้ฉงอี้ยื่นมือออกไปจับสองไหล่ของหญิงสาวเอาไว้ เอ่ยด้วยเสียงใสที่เต็มไปด้วยความรู้สึก“ข้าไม่ไป เฉี่ยวเหนียง เจ้าไม่รู้หรือว่าข้าจะแต่งงานเร็วๆ นี้แล้ว ที่บ้านข้าเฝั้าข้าอย่างเข้มงวด หากข้ากลับไป ข้ากลัวว่าก่อนแต่งงานข้าจะไม่ได้เจอเจ้าอีก…”
สายตาของเจียงซื่อพลันเปลี่ยนเป็นเย็นชา
ที่แท้หญิงในใจของจี้ฉงอี้มีนามว่าเฉี่ยวเหนียง
ถึงว่า วันที่สอง หลังจากที่พวกเขาแต่งงานกัน อาเฉี่ยวเดินเข้ามาปรนนิบัตรรับใช้นาง แล้วนางขานออกไปคำหนึ่งว่า “อาเฉี่ยว” สายตาของจี้ฉงอี้หันขวับราวกับสายฟั้าแลบ จากนั้นสะบัดเสื้อและออกไปทันที ไม่อยู่รอแม้แต่พิธียกน้ำชา
ฮูหยิน อันกั๋วกง ซึ่งก็คือแม่สามีของนาง ย่อมไม่ถือโทษลูกชายอยู่แล้ว กลับต่อว่านางไม่มีมารยาทเสียอย่างนั้น กว่าจะผ่านพ้นช่วงยกน้ำชาไปได้ก็หาเรื่องนางอยู่พอสมควร
เฉี่ยวเหนียงยิ้มด้วยความเจ็บปวด “แล้วถ้าไม่ไปตอนนี้ จะเป็นอย่างไรต่อละเจ้าคะ คุณชายอี้อย่างไรเสียท่านก็ต้องกลับอยู่ดี แค่ช้าหรือเร็วเท่านั้น แล้วมันแตกต่างกันตรงไหน ส่วนหลังจากนี้… ในเมื่อท่านแต่งงานแล้วก็ควรดีต่อภรรยาของท่าน ลืมข้าลงเสียเถิด ข้า ข้าเอง ก็จะลืมท่านด้วย——”
จี้ฉงอี้เอามือปิดปากของเฉี่ยวเหนียงทันที พลางเอ่ยห้าม “ข้าไม่อนุญาต!”
“คุณชายอี้…” เฉี่ยวเหนียงหันหน้าไปอีกทางแล้วน้ำตาก็ไ