้นะ”เมื่อเห็นว่าสามีตนเองเริ่มมีปากเสียงกับคนในครอบครัวตนเอง หลินเหมยจึงรีบเอ่ยห้าม“ท่านพี่เจ้าคะ พอเถอะ เดี๋ยวข้าออกไปทำก็ได้เจ้าค่ะ”“เจ้าไหวแน่หรืออาหลิน”“ไหวเจ้าค่ะ อะ แอ่ม อาจินมาพยุงแม่หน่อยเถอะ”หลินเหมยพยายามจะลุกขึ้น“แต่ท่านแม่เจ้าขา”“อาจิน…”“เจ้าค่ะ”ข้าเดินทำหน้ามุ่ยเข้าไปพยุงท่านแม่ ทั้ง ๆ ที่คิดว่าท่านพ่อจะเห็นแก่ข้าและท่านแม่มากกว่านี้ แต่เปล่าเลยมีแต่ความเงียบเท่านั้นระหว่างที่ท่านแม่กำลังจะลุกขึ้น ก็ล้มลงไปบนเตียง“ท่านแม่ ท่านแม่เจ้าขา ท่านพ่อ ท่านแม่สลบไปแล้วเจ้าค่ะ อึก อือ” ข้าตกใจจนทำอะไรไม่ถูก เพราะท่านแม่ดันสลบไปก่อนที่ข้าจะแกล้งสลบ“อาหลิน เจ้าตื่นสิ เจ้าเป็นอะไร ตื่นมาคุยกับพี่ก่อน”“หึ มันก็คงสำออยนั้นแหละ ไม่อยากทำงานบ้านมากกว่า”‘ท่านปั้า ปากท่านนี้ ข้าอยากจะเอาไก่มายัดปากท่านจริงๆ’“ไม่จริงเจ้าค่ะ ท่านแม่ไม่สบายตัวร้อนมากๆ”“ท่านแม่ขอรับ ข้าขอเงิน ไปเชิญหมอมารักษาอาหลินเถอะนะขอรับ” ท่านพ่อหันไปประคองท่านแม่และพูดกับท่านย่า ด้วยเสียงสั่นเครือ“ไม่ ค่าหมอไม่ใช่ถูกๆ จะมาผลาญเงินข้าเล่นๆ ได้ยังไง“แต่ท่านแม่ อาหลินสลบไปแล้วนะขอรับ นางอาจตายก็ได้”“ถ้ามันตายก็แค่ฝังๆ ไปซะ จะได้ไม่เปลืองเงินของข้า ถ้าพวกแกมีปัญหาก็ไปจากบ้านนี้ซะ”ท่านย่า… ข้าไม่คิดเลยว่าท่านจะใจร้ายขนาดนี้ตอนนี้สมองข้ามึนงงไปหมดแล้ว แม้กระทั่งจะเอ่ยปากปลอบใจท่านพ่อ ข้ายังลืมไปเลย“ท่านแม่ ท่านพูดเช่นนี้ได้เ