พิ่มอีกร้อยล้าน ถ้าไม่ให้คำอธิบายกับผม เกรงว่าจะคุยต่อไม่ได้แล้ว?”“ตอนนั้นผมคิดว่าแค่จะทำให้ขายได้ ขายได้เท่าไรก็ขายเท่านั้น พูดความจริงเลยนะ สองร้อยล้านสำหรับที่ดินผืนนั้นไม่ถือว่าแพง แต่บริษัทที่สามารถจ่ายหมดรวดเดียว กินที่ดินผืนนี้ได้เพียงชั่วอึดใจเดียวนั้นมีไม่มากผมก็เลยคิดว่าขายสองร้อยล้านได้ก็ขายไปเถอะ ดีกว่าล้มเหลวอยู่ในมือตัวเองแต่ไม่กี่วันก่อนหน้านี้ มีบริษัทแห่งหนึ่งติดต่อผมมา บอกว่าพวกเขาสนใจที่ดินผืนนั้นเหมือนกัน และยอมจ่ายสามร้อยล้านด้วย แถมยังจ่ายหมดรวดเดียวประธานอวิ๋น คุณว่าถ้าคุณเป็นผม คุณจะยอมขายให้ใครล่ะ? ถ้าผมไม่ได้คิดถึงจุดนี้ว่าเราเจรจากันมานานแล้ว เจรจาขั้นแรกสำเร็จแล้ว ผมคงไม่มาบอกคุณที่นี่หรอก คงเซ็นสัญญากับบริษัทนั้นไปแล้ว ผมเห็นคุณอยากได้ที่ดินผืนนี้อย่างจริงใจก็เลยมาบอกคุณสักหน่อย สามร้อยล้าน คุณจะเอาไหมละผมจะเซ็นสัญญากับคุณ แต่ถ้าคุณไม่เอา ผมก็จะไปเซ็นสัญญากับบริษัทนั้น” หูต้าเฉิงพูด“บริษัทไหนกันแน่ โผล่มากลางทางแบบนี้ นี่มันต่างอะไรกับการปล้นกัน?” อวิ๋นอี้ฟานอดสงสัยไม่ได้หูต้าเฉิงจึงบอกว่า “คุณพูดแบบนั้นไม่ได้หรอกครับ ยังไงเราก็ยังไม่ได้เซ็นสัญญากัน ถ้าผมไม่มาบอกก่อน ขายบริษัทให้เขาไปเลย แบบนั้นก็ไร้คุณธรรมนํ้ามิตรเหมือนกัน ถูกไหมล่ะครับ?”อวิ๋นอี้ฟานเงียบไป หูต้าเฉิงก็พูดถูก พวกเขายังไม่ได้เซ็นสัญญากัน ในฐานะที่ทำธุรกิจย่อมต้องหวังจะขายได้ราคาดี ตอนนี้ม