กลางคนสองคนเดินนำหน้าและตามหลัง
ชายวัยกลางคนคนหนึ่งสวมชุดธรรมดา แต่ไม่สามารถปกปิดรัศมีของผู้ฝึกยุทธ์ได้ คน ๆ นี้เป็นยอดฝีมือไม่ผิดเพี้ยนแน่! น่าจะอยู่ในขอบเขตรูปลักษณ์
ส่วนชายวัยกลางคนร่างกำยำ หน้าแดงก่ำที่เดินตามหลัง เขาก้าวเดินอย่างมั่นคง แต่ละก้าวราวกับผ่านการวัดด้วยไม้บรรทัด ต้องใช้เวลาฝึกฝนไม่ต่ำกว่าสิบปี อย่างน้อยก็ต้องเป็นถึงขอบเขตรูปลักษณ์แล้วเหมือนกัน
เมื่อรู้สึกว่ามีคนมา ยายเฒ่าหลิวจึงรีบออกไปต้อนรับ ครั้นเมื่อเห็นว่าเป็นเด็กหนุ่ม ใบหน้าของนางก็เผยความรังเกียจออกมาทันที
“น้องเหมยเอ๋อร์ เห็นพี่ชายแล้วดีใจหรือไม่?” เด็กหนุ่มเมินเฉยต่อยายเฒ่าหลิวโดยสิ้นเชิง ตรงดิ่งไปหาหลิวเหมยเอ๋อร์
หลิวเหมยเอ๋อร์ขมวดคิ้วด้วยความรังเกียจ ก้มหน้าหลบหลังยายเฒ่าหลิว
“หูเฮ่า หากเจ้ากล้ารังแกเหมยเอ๋อร์อีก ข้าจะหักขาเจ้า!” ยายเฒ่าหลิวกล่าวเสียงเย็น
“ยายเฒ่าหลิว เจ้าช่างปากดีนัก หลานชายของหูหยุนซาน เจ้าก็กล้าหักขางั้นหรือ? หรือว่าไม่เคยเห็นข้าอยู่ในสายตา? หืม?” ชายวัยกลางคนหน้าแดงก่ำเดินเข้ามา เผยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม
“หูหยุนซาน เจ้าก็แค่ข่มขู่ข้าด้วยตำแหน่งผู้ดูแลสำนักใน หากใช้ฝีมือจริง… เหอะ ๆ” ยายเฒ่าหลิวเยาะเย้ยอย่างเย็นชา
ผู้ดูแลสำนักใน สูงกว่าสำนักนอกมาก แม้แต่ครูฝึกสอนและอาจารย์ก็ไม่กล้าล่วงเกิน
“เจ้าคิดว่ายังเป็นเหมือนเดิมหรือไง? ข้าอยากจะลองดูจริง ๆ ว่าพลังร่างรูปแบบของข้ากับพลังรูปแบบอาวุธข