”
เซี่ยเวยจ้องนางเขม็ง
ถึงอย่างไรเขาก็ไม่คุ้นเคยกับความรู้สึกแบบนี้แต่พอเห็นนางใช้สายตาคาดหวังหลายส่วนมองมา ผ่านไปครู่ใหญ่จึงค่อยเปิดปากในที่สุด “เรื่องเข้าตำหนักคุนหนิง เกิดอะไรขึ้นกันแน่”ดวงตาของเจียงเสวี่ยหนิงผลิแววยิ้มทันที
นางยื่นมือโอบรอบคอเขา
ก่อนจะบอกเขาอย่างละเอียดตามจริง “ก็หลี่ว์เสี่ยนออกความคิดหนึ่งให้ราชสำนักมิใช่หรือ”
บัดนี้ราชสกุลเสิ่นตกอยู่ในฐานะกระอักกระอ่วน
ให้วางเอาไว้ที่ไหนก็ไม่อาจปล่อยปละไม่สนใจ
แต่การชุบเลี้ยงต้องใช้เงิน หรือจะให้เป็นเหมือนกาลก่อนที่ท้องพระคลัง เป็นของตระกูลพวกเขา คิดใช้เท่าไรก็ใช้
——————–
1. ให้สีย้อมผ้าสามสีก็เปิดโรงย้อมผ้าได้ทั่วเมืองหลวง เป็นสำนวน หมายถึงได้คืบจะเอาศอก2. คว้าหางเปีย เป็นสำนวน หมายถึงจับจุดอ่อนบทที่ 251 ซ่อนมีด (3)ขุนนางในสำนักมหาบัณฑิตย่อมไม่ยินยอม
หลี่ว์เสี่ยนหวนคืนราชสำนัก รับหน้าที่รองเสนาบดีกรมคลัง พอเข้า รับตำแหน่งใหม่ก็จุดไฟขึ้นสามประเด็น ประเด็นแรกเพื่อเผาเชื้อพระวงศ์เสนอให้คลังส่วนพระองค์ของเสิ่นหลางก่อนหน้านี้ตกเป็นของตระกูล เชื้อพระวงศ์ ทางราชสำนักจะปล่อยผ่านให้ แต่ไม่อนุญาตให้เชื้อพระวงศ์เข้ามายุ่มย่ามกับเงินในท้องพระคลังอีก ส่วนทุกปีนับแต่นี้เงินในท้องพระคลังจะจัดสรรให้ตามระเบียบ ทั้งยังต้องได้รับการอนุมัติผ่านสำนักมหาบัณฑิต ถึงค่อยมอบให้เหล่าเชื้อพระวงศ์สำหรับเงินทั้งสองก้อนนี้ ทางราชวงศ์ ใช้สอยได้เต็มที่ ปีหน