ะ มองแวบแรกจึงยากจะพบ
ตอนเจียงเสวี่ยหนิงสังเกตเห็น นางก็หวิดจะเหยียบหางมันเข้าให้
ทว่าสิ่งที่หัวสมองคิดถึงแวบแรกกลับเป็นเซี่ยเวยข้างกาย จึงแทบ ยื่นมือคว้าเซี่ยเวยตามสัญชาตญาณ หมายจะดึงเขามายืนด้านหลัง
ไม่นึกว่าเซี่ยเวยกลับไร้ปฏิกิริยา เพียงหลุบตามองคราหนึ่ง
ครั้นเห็นมันยืนขวางทางไม่จากไปไหน ก็โน้มตัวจับต้นคอยกมันไป วางด้านข้างอย่างคล่องมือ
เจียงเสวี่ยหนิงผงะ
ชั่วขณะนั้นนางพลันรู้สึกประหลาดใจอย่างบอกไม่ถูก ทั้งยังคล้าย คาดเดาอะไรออกราง ๆ
นางมองเขาด้วยสายตางุนงง
เซี่ยเวยกลับกล่าวแค่ “ไปกันเถอะ” ก่อนจับมือนางเดินไปด้านหน้า
พระราชวังต้องห้ามปกคลุมด้วยเกล็ดหิมะกำแพงวังโอ่อ่าสูงตระหง่าน
เจียงเสวี่ยหนิงสะท้อนใจ ริมฝีปากผลิรอยยิ้มน้อย ๆ ก่อนถามเขา “ไม่กลัวแมวแล้วหรือ”
เซี่ยเวยตอบ “แมวจะไปน่ากลัวกว่าคนได้อย่างไร”
เจียงเสวี่ยหนิงนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง พอเห็นว่าม่านราตรีค่อย ๆ ทอด คลุมลงมาพร้อมหิมะขาวซึ่งโปรยปรายไม่หยุดก็ถาม “แล้วหิมะเล่า”เซี่ยเวยกล่าว “เดี๋ยวสักวันก็ย่อมละลาย”
ชั่วขณะนั้นคล้ายว่าความเย็นยะเยือกจากหิมะที่โปรยเต็มฟั้า เลือนหายไป ตรงกันข้ามกลับแผ่ความอบอุ่นอ่อนโยนประการหนึ่งแทน
เตาฉินขับรถม้ามารออยู่นอกประตูวังแล้ว
พอทั้งสองออกมาถึงก็เลิกม่านรถเข้าไป
ก่อนจะขับตรงไปยังจวนของเซี่ยเวย
ระหว่างทางไร้บทสนทนา เจียงเสวี่ยหนิงเป็นฝั่ายทนไม่ได้ก่อน ลอบถามหยั่งสถานการณ์ในสำนักมหาบัณฑิตจากปา