ลวมกว้างที่ห้อยตก เขา ไม่พูดอ้อมค้อม “พวกเขาคิดว่าเรื่องที่ทงโจวข้ากับท่านลงแรงร่วมกันมิหนำซ้ำข้ายังรู้จักคุณหนูรองเจียง จึงคิดว่าตัวข้าเหมาะสมที่สุด”เซี่ยจวีอันไม่รู้สึกอะไรเมื่อได้ยินคำว่า ‘เรื่องที่ทงโจว’ แต่ครั้นถึงคำว่า ‘รู้จัก’ ก็ไม่รู้ไฉนไอความหึงหวงจึงทะลักทลาย
เขาหัวเราะเสียงเย็น “น่าเสียดาย ราชสำนักคิดผิดเสียแล้ว”
จางเจอมิเพียงไม่ได้เป็นสหายร่วมปราบปรามนิกายสวรรค์มาด้วยกัน พวกเขายังไม่ถูกกันมาตั้งแต่ตอนอยู่ทงโจวด้วยซ้ำ หรือจะพูดว่าตนระแวง คนคนนี้มากก็ได้
จางเจอไม่พูดอะไร
เซี่ยเวยกล่าวต่อไปว่า “ในเมื่อมาเป็นผู้แทนก็คงมีข้อต่อรองอะไรสินะ ราชสำนักมีสิ่งใดมาต่อรอง”
จางเจอตอบ “จวนตระกูลเจียง”
ทราบกันดีว่าไม่ว่าเรื่องนี้จะจริงหรือเท็จ เซี่ยเวยก็เคยประกาศว่าตน คือคนตระกูลเซี่ยแห่งจินหลิงผู้มาเมืองหลวงลำพัง ทั้งจวนมีเพียงเขาที่ใช้ แซ่นี้ ไร้ญาติและไร้มิตร
ส่วนข่าวเรื่องเจียงเสวี่ยหนิงมาอยู่ข้างกายเขาก็ไม่ได้สืบยาก
เมื่อเป็นเช่นนี้ ราชสำนักจึงเข้าควบคุมจวนตระกูลเจียงเพื่อนำมาเป็นข้อต่อรอง คิดใช้สิ่งนี้มาบังคับเซี่ยเวย ไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด
จางเจอนึกสถานการณ์คลื่นใต้น้ำในราชสำนักช่วงนี้ กล่าวขึ้นว่า “ใต้เท้าเจียงไม่ได้เข้าเฝั้าเกือบครึ่งเดือนแล้ว คนในและนอกจวนตระกูลเจียงไม่สามารถเข้าออกได้ตามใจ กระทั่งพ่อครัวจะออกไปซื้ออาหารยังต้องตรวจสอบก่อนสามสี่รอบจึงปล่อยไปได้ ถึงไม่มีคำสั