นิงเองก็ไม่ได้อยู่ว่าง ๆ นางคอยตามหลังกองทัพมาตลอดทาง พาเว่ยเหลียงซึ่งไม่ได้ไปสอบเคอจวี่ติดมาด้วย พวกเขาสอบถามความเป็นอยู่ของชาวบ้านในทุกเมืองที่ไปเสมอเป็นอันดับแรก แล้วปรับปรุงการ ทำเกษตรให้เข้ากับแต่ละท้องที่มากกว่าจะทำเพียงบำรุงขวัญนั่นให้ผลลัพธ์ยอดเยี่ยมเพียงแต่ว่า…
เจี้ยนซูเดินไปข้างหน้าขณะกำจดหมายจากเมืองหลวง เมื่อคิดถึง ท่าทางทึ่มทื่อของคุณชายเว่ย เขาก็อดเบะปากไม่ได้ ใช่ว่าเขาไม่พอใจอะไรคุณชายเว่ยหรอก เพราะว่ากันตามจริงแล้วคุณชายที่สนใจแต่ทำสวนทำไร่ท่านนี้ แม้จะทำงานหนักก็ไม่เคยวางมาด ทั้งยังดูน่าเข้าหาอีกด้วย
แย่ตรงนี้นี่แหละ
ใครให้เจ้าตัวเป็นคนของคุณหนูรองหนิงล่ะ
คุณชายเว่ยหน้าตาพอถูไถ ชอบติดตามคุณหนูรองหนิงและพูดคุยกันถูกคอ มีครั้งหนึ่งเซียนเซิงของเขามองสองคนนี้ถือมันเทศนั่งยองกันใน ท้องไร่ตลอดบ่าย เซียนเซิงหน้าดำทะมึนอย่างกับก้นหม้อ
แล้วอีกฝั่ายก็ดันฟังคำคนไม่รู้เรื่อง
มีครั้งหนึ่งคุณหนูรองหนิงไม่อยู่ เซียนเซิงเจอคุณชายเว่ยเข้าพอดีจึง เรียกมานั่งดื่มชา แล้วเอ่ยเลียบเคียงตักเตือนเขา เขางุนงงฟังไม่เข้าใจ ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับการเข้าสังคมเลยสักนิด ทั้งยังถามกลับอย่างสงสัยว่า “คุณหนูไปด้วยไม่ได้หรือขอรับ แต่นางเป็นคนคุมเงิน ทุกคนล้วนชื่นชอบนาง ทุกเรื่องต้องผ่านความเห็นชอบของนางดังนั้นต้องให้นางไปดูสิจึงจะรู้ มีอย่างที่ไหนดูแค่บัญชีแล้วจะทำหรือปลูกอะไรได้เลย”
วันนั้นน่าจะเป็นวั