อยอันใดด้วยซ้ำ”
นั่นคือการปฏิเสธความสัมพันธ์กับนาง
เพียงแต่…
เจียงเสวี่ยหนิงพลันบังเกิดความแคลงใจเล็กน้อย และไม่รู้เพราะอะไร พอเห็นเขาโต้ตอบกับว่านซิวจื่อด้วยท่าทีสบาย ๆ หัวใจถึงขั้นสงบลง พอสมควร เซี่ยจวีอันเป็นผู้มีแค้นใหญ่หลวงต้องชำระ หากแค้นยังไม่ทัน ชำระย่อมไม่เอาตัวเข้าเสี่ยงแน่ เขาน่าจะเตรียมการมาบ้างแล้ว แค่ประโยคตัดความเกี่ยวข้องไม่กี่ประโยคนี้ก็สมควรพินิจพิเคราะห์ให้ดี แน่นอนว่าถ้าเจียงเสวี่ยหนิงคิดออก ว่านซิวจื่อเองก็ต้องคิดออก
เขาจะเชื่อคำพูดไร้สาระแบบนี้ลงได้อย่างไร
ชั่วขณะนั้นจึงแค่นหัวเราะเย็นชา เอ่ยปากโดยไม่ไว้หน้า “เจ้ากำลัง สร้างชื่อในเมืองซินโจวมีแนวโน้มไปในทางที่ดี แต่เพียงเพื่อคนที่ ‘ไม่มีประโยชน์ใช้สอย’ ‘เป็นแค่คนนอกปราศจากความเกี่ยวข้อง’ เจ้ากลับเสี่ยงอันตรายมาบอกสะบั้นสัมพันธ์ถึงลั่วหยาง ไม่คิดว่า ‘ยิ่งพยายามซุกซ่อน กลับเปิดเผย’ บ้างหรือ เจ้าเป็นคนแบบใดใจเรายังพอรู้ ในเมื่อกล้ามา คนเดียวย่อมคาดไว้แล้วสินะว่าเราจะจัดการเจ้าเช่นไร วิธีการจัดการคนทรยศนิกาย เจ้าเองก็เคยเห็น”เซี่ยเวยไม่พูดอะไร
ว่านซิวจื่อจ้องเขาเขม็ง สองตามีความโหดเหี้ยมแผ่ซ่าน “ตอนนั้นเราช่วยชีวิตเจ้าไว้ไม่ให้เจ้าสิ้นชีพใต้คมดาบของผิงหนานอ๋อง ผู้คนล้วน กล่าวว่าพระคุณเพียงหยดน้ำพึงกรุยธารชดใช้ เจ้ากลับประเสริฐยิ่ง! หลาย ปีมานี้ทั้งที่เราทุ่มเทจิตใจสอนสั่ง กลับกลายเป็นบ่มเพาะเภทภัยครั้งใหญ่ให้ตัวเอ