้เตาฉิน “พอโจวอิ๋นจือกลับเมืองหลวง สถานการณ์ทางเมืองซินโจว คงลำบากกว่าเดิมมาก เจ้าอยู่กับเซียนเซิงมาหลายปี ขึ้นเหนือล่องใต้ วรยุทธ์ล้ำเลิศ สมควรปรับตัวตามสถานการณ์ได้ชำนาญ เรื่องสำคัญนี้ข้าจึงอยากฝากเจ้าไปจัดการ”
เตาฉินรับจดหมายมาแล้วมองนาง
เจียงเสวี่ยหนิงกล่าวต่อ “จดหมายทั้งสามฉบับนั้น ฉบับหนึ่งเขียนให้ ติ้งเฟยซื่อจื่อ คนผู้นั้นพวกเจ้าคงรู้จักดีกว่าข้า อีกฉบับเขียนให้เจิ้งเปั่าตอนนี้เขาน่าจะได้เป็นขันทีผู้ส่งมอบฎีกาแล้ว คนผู้นี้นับเป็นผู้ที่ ‘ได้รับ บุญคุณหนึ่งหยดน้ำ ยอมกรุยลำธารชดใช้’ ภายใต้สถานการณ์ที่รากฐานในเมืองหลวงของเซี่ยเซียนเซิงยังไม่น่าจะถูกถอนรากถอนโคนหมดสิ้น ด้วย หลักการตีงูต้องตีที่หัวข้าหวังว่าเจ้าจะนำจดหมายสองฉบับนี้ไปยังเมืองหลวง ส่งให้ทั้งสองแล้วจงซ่อนตัวอยู่ในเมืองหลวงเพื่อจับกุมใครคนหนึ่งให้ข้า”
เตาฉินตื่นตะลึง
เจียงเสวี่ยหนิงเลิกคิ้วมองเขา พูดออกมาทีละคำ “นางเป็นสตรีผู้อาศัยในเรือนหลังของโจวอิ๋นจือ น่าจะเป็นอนุภรรยาผู้อยู่ร่วมกับเขาตั้งแต่ตอน ยังไม่มียศถาบรรดาศักดิ์ มีชื่อเรียกว่า ‘เยาเหนียง’ ข้าไม่รู้ว่านางมีทายาท ให้โจวอิ๋นจือหรือไม่ ถ้าไม่มีก็แล้วกันไปเถอะ แต่ถ้ามีก็นำตัวกลับมาด้วย”
เตาฉินถาม “แล้วจดหมายฉบับที่สามเล่าขอรับ”
เจียงเสวี่ยหนิงลุกขึ้น เดินไปข้างอ่างทองแดงบรรจุน้ำสะอาด จุ่มนิ้ว ที่เปือนหมึกก่อนเอ่ยเสียงเรียบ “หลังจับตัวเยาเหนียงได้ค่อยมอบให้ โจวอ