ื้อผ้าเก่าขาดเต็มไปหมด ส่วนใหญ่มาจากทางใต้แทบทั้งสิ้น
ยิ่งเดินทางไปทิศตะวันออก ผู้อพยพก็ยิ่งมีมาก
กระทั่งก่อนเข้าเมืองหลวงหนึ่งวันเขาถึงรู้สึกว่าปลอดภัยแล้ว ต่อให้ คนทางซินโจวคิดจะไล่ตามมาก็ไม่ทันหรอก ด้วยเหตุนี้ขณะเปลี่ยนม้าที่จุดพักม้าจึงเอ่ยถาม “ข้าเดินทางมาจากซินโจวระหว่างทางพบผู้อพยพ นับไม่ถ้วนทีเดียว เกิดสิ่งใดขึ้นน่ะ”
ขุนนางประจำจุดพักม้ายากจะได้ต้อนรับขุนนางผู้ใหญ่แบบนี้ ด้วย หวั่นว่าจะต้อนรับไม่ดี จึงรีบตอบกลับหมายเอาใจ “อ๊ะ ท่านไปชายแดนมาน่าจะยังไม่ได้ยินกระมัง มีข่าวว่านิกายสวรรค์ก่อความวุ่นวายอยู่ทางใต้ เหมือนจะอยาก…”
โจวอิ๋นจือหัวใจกระตุกวูบ “อยากก่อกบฏรึ”
ขุนนางประจำจุดพักไม่กล้ากล่าววาจามากนัก ขยับเข้ามาใกล้และยิ้มประจบ “ข้าน้อยไม่กล้าพูดเช่นนั้นหรอก เหล่าผู้อพยพด้านนอกเล่าลือกัน น่ะขอรับ ไม่ทราบข่าวแพร่กระจายมาจากที่ใดจึงบังเกิดความหวาดกลัว พากันหลบหนีขึ้นเหนือมา”
โจวอิ๋นจือพลันหน้าซีดเผือด มือกุมบังเหียนสุดแรงจนขอบสายเนื้อ หยาบแทบจมในฝั่ามือ
ขุนนางประจำจุดพักตระหนกกับท่าทีของเขา
โจวอิ๋นจือกลับไม่พูดอะไรต่อ เปลี่ยนม้าเสร็จก็ไม่คิดแม้แต่จะหยุด พักเท้า เร่งม้าไปบนทางหลวงทันทีจนถึงเมืองหลวงช่วงเย็น
บทที่ 224 ใต้หล้าวุ่นวาย (2)เรื่องแรกที่ทำคือกลับบ้าน
ขณะได้รับการปรนนิบัติจากเยาเหนียง เขาก็ไม่สนใจจะตอบคำถาม อันห่วงใยของนาง ครั้นเปลี่ยนเป็นชุดขุนนางสะอาดสะอ้าน เขาก็นำตร