าประทับที่แม้นไร้คราบเลือดแต่ก็คล้ายจะมีเข้าวังไปเข้าเฝั้าทันที
ตอนมาถึงประตูวังก็บังเอิญพบติ้งเฟยซื่อจื่อกำลังเดินตุปัดตุเปั๋ เอื่อยเฉื่อยออกมา
เจ้าหนุ่มไร้ประโยชน์ผู้นี้ยังเดินสบายอกสบายใจ
ทั่วร่างยังมีกลิ่นอายความร่ำรวย เอวห้อยพวงหยกประดับมากมาย คนที่รู้จักย่อมทราบว่าเขามีสถานะต่างจากคนทั่วไป ทว่าผู้ไม่รู้จักอาจหลงเข้าใจไปได้ว่าเป็นพ่อค้าคดโกงตามถนนที่ออกมาขายขยะเฮงซวย
ครั้นเห็นโจวอิ๋นจือ คิ้วของเซียวติ้งเฟยก็เลิกขึ้นเล็กน้อย กวาดตา สำรวจรอบหนึ่งอย่างไม่คิดปิดบัง ส่งยิ้มทักทาย “ไอ้หยา ผู้บัญชาการโจวไม่ใช่หรือไรกัน กลับมาจากซินโจวแล้วสิเนี่ย แต่การมารอบนี้ของท่านคง ไม่ถูกเวลากระมัง ด้านในกำลังคุกรุ่นเชียว”
ถึงอย่างไรก็ถือเป็นผู้เคยมีพระคุณต่อฮ่องเต้
สองปีมานี้เจ้าตัวเป็นขุนนางกรมพิธีการที่ไม่ค่อยมีงานมีการในราชสำนัก สุมหัวอยู่กับเหล่าทายาทคนใหญ่คนโตผู้ไม่ได้ทำงานอะไรจริงจังเช่นเดียว กัน ทั้งยังจัดตั้ง ‘สมาคมสุขสำราญ’ ในเมืองหลวง ทุ่มเทไปกับเรื่องราว เหลวไหลในโลกีย์ เรียกได้ว่ามีชีวิตหรูหราฟุั่มเฟือย
แม้โจวอิ๋นจือไม่ใช่คนมีคุณธรรมลงมือเที่ยงตรง แต่ก็ไม่คิดสนทนากับคนประเภทนี้ให้มากความ อีกทั้งเซียวซูก็เกลียดชังพี่ชายที่ยังไม่ตายผู้นี้ เขาย่อมไม่ไปสนิทสนมคบค้าด้วยมากนัก
ดังนั้นจึงเพียงพยักหน้าเบา ๆ
แล้วเดินผ่านอีกฝั่ายตรงเข้าวังโดยไม่เอ่ยคำสถานการณ์ในตำหนักเฉียนชิงไม่ดีเลยจริง ๆ
ยัง