ไม่ทันถึงก็ได้ยินเสียงอาละวาดของเสิ่นหลาง “นิกายสวรรค์ประเสริฐนัก! ประเสริฐจริงๆ ! กินดีหมีหัวใจเสือหรืออย่างไรจึงกล้าหวนกลับมา! แค่กลุ่มโจรผู้อพยพจะทำการใหญ่อะไรได้! ตอนนั้นอดีตฮ่องเต้จับกลุ่มขุนนางกบฏคนถ่อยมารับโทษทางกฎหมายฉันใด ครั้งนี้เราก็จะทำให้พวกมันบุก มาได้แต่กลับไม่ได้ฉันนั้น!!ทหาร ไปเชิญตัวเซียวกั๋วกงเซียวหย่วน!”
เจิ้งเปั่าเดินออกมาอย่างรีบร้อน
ปะโจวอิ๋นจือเข้าจังหน้า
โจวอิ๋นจือสุภาพมากมารยาทกับบรรดาคนที่คอยรับใช้ข้างพระวรกายฮ่องเต้ตลอดเวลา เขาจึงประสานมือหลวม ๆ เอ่ยเสียงเบา “เจิ้งกงกงฝั่าบาทเล่า”
เจิ้งเปั่ามองเขาและตอบว่า “หนึ่งชั่วยามก่อนมีข่าวด่วนว่าทัพมาถึง จินหลิง นิกายสวรรค์ก่อกบฏแล้ว”
*****
วันฝังศพของโหยวฟางอิ๋นกำหนดเป็นวันที่สิบสี่เดือนหนึ่ง
ข่าวความวุ่นวายของทางใต้ที่ค่อย ๆ ก่อตัวแม้จะมาสายแต่ก็แพร่ถึง ซินโจวอย่างต่อเนื่อง
ภัยด้านหน้ามีราชสำนัก ด้านหลังมีนิกายสวรรค์
ใต้หล้ากลียุค ปวงราษฎร์ไม่อาจสงบสุข
อย่าว่าแต่ประชาราษฎร์ต้องพลัดที่นาคาที่อยู่กระทั่งพวกเขาเอง อยากส่งศพกลับแดนสู่ก็ไม่อาจทำได้ คิดคำนวณหลายตลบจึงได้แต่หาพื้นที่ที่ฮวงจุ้ยไม่ย่ำแย่นอกเมืองซินโจวฝังร่างนาง
ทรัพย์สินในตระกูลล้วนถูกราชสำนักกวาดไปจนว่างเปล่าทางนาเกลือกับสมาคมการค้าไร้ข่าวคราวแม้แต่น้อย
เหรินเหวยจื้อร่ำสุรามาหลายวัน ตอนจัดพิธีศพเขาแลท้องฟั้าด้านนอกอันซีดหม่น ฟังเสียงความวุ่นวายแล้วตามออ