กไป มองเห็นผู้คนสวมชุดขาวรวมถึงโลงที่ตั้งบนรถม้า รู้สึกเหมือนฝันย้อนไปในอดีต
โดดเดี่ยวลำพัง ร่างและเงาปลอบประโลมกันและกัน
นอกจากตนเองก็ไร้ซึ่งผู้ใด
เจียงเสวี่ยหนิงยืนอยู่ข้างโลงกระทั่งเซี่ยเซียนเซิงผู้ร้ายกาจก็มาด้วย
ตอนเหรินเหวยจื้อเดินเข้าไปยังจับจ้องเจียงเสวี่ยหนิงอยู่นาน คิดว่า หากโหยวฟางอิ๋นไม่มาที่นี่ เรื่องรันทดเช่นนี้คงไม่เกิด แต่หากปราศจากเจียงเสวี่ยหนิง คงไม่มีทางช่วยฟางอิ๋นในตอนนั้นได้แน่
กระทั่งเสียงขานพิธีดังขึ้น เขาถึงได้สติ
เถ้าแก่เหรินผู้เคยตกต่ำถึงที่สุด อาศัยการยืมเงินขายหุ้นอย่างหาญกล้าจนพลิกฟืนจากจุดตกอับ ทั้งร่างมีแต่กลิ่นอายหนอนตำรา บัดนี้กลับมามีสภาพตกต่ำดุจเดิม ถือปั้ายวิญญาณเดินนำหน้า
ออกจากเมือง
ลงสู่ดิน
กลบฝัง
สุสานใหม่หลังนี้อยู่เชิงเขา เงินกระดาษลอยว่อนเต็มฟั้า
เจียงเสวี่ยหนิงมองดินเหลืองที่ยิ่งถมยิ่งสูงไม่วางตา สุดท้ายก็กลบ โลงศพจนมิด รู้สึกว่าหัวใจซึ่งเคยว่างเปล่าเหมือนแดนร้างกลับมีทุ่งหญ้างอกชุกชุม
เซี่ยจวีอันกับคนอื่น ๆ มองนางจากด้านหลัง
นางกลับนั่งยองหน้าปั้ายสุสานใหม่ ยื่นมือลูบหินหน้าปั้ายหยาบนั้นอย่างแผ่วเบา “ข้ามีคำพูดอยากจะบอกฟางอิ๋นคนเดียว ให้ข้าอยู่นี่นานหน่อยเถอะนะ”
ไม่มีใครพูดอะไร
เหรินเหวยจื้อหันกายผละจากไปคนแรกคล้ายถ้าอยู่ที่นี่ต่ออีกชั่วขณะเดียวก็ทุกข์ทรมาน
คนอื่นต่างมองเซี่ยเวย
เซี่ยเวยเงียบไปครู่หนึ่ง รู้ดีว่าอีกไม่นานต้องไปจากซินโจว