ทั้งยังทราบว่าโหยวฟางอิ๋นมีน้ำหนักในใจนางแค่ไหน สุดท้ายจึงไม่กล่าวคำเพียงสั่งให้เหล่านายทหารมากฝีมือคอยมองจากไกล ๆ ส่วนตนเองติดตามฝูงชนไป คอยบริเวณที่ราบตีนเขา
ไร้คนเปล่งวาจา
ทว่าพอผ่านไปครู่ใหญ่ ขณะเซี่ยเวยคิดจะเรียกเยี่ยนหลินให้ขึ้นไปดู บนเขากลับมีเสียงตะโกนอย่างเดือดดาลระคนตกอกตกใจกะทันหัน“ใคร กัน?!”
เสียงอาวุธกระทบกันพลันดังขึ้น!ทุกคนขนลุกซู่ ตื่นตระหนกทันที
ปฏิกิริยาของเยี่ยนหลินว่องไวยิ่งกว่า ไม่คิดอะไรก็ชักกระบี่พุ่งไปใน ฉับพลัน! ไม่นานก็มาถึงบริเวณสุสานใหม่ ปรากฏว่าเห็นคนใช้ผ้าสีดำคลุมหน้าเหมือนจะกระจายตัวจากส่วนลึกของผืนปั่ามาปะทะกับผู้คนรอบข้าง
คนเหล่านั้นถืออาวุธรูปร่างแปลกตา การลงมือก็ประหลาดพิสดาร แกว่งและเหวี่ยงสะบัดคราเดียวก็ครอบศีรษะคน แค่กระตุกมือก็เกี่ยวกระชากไปทั้งศีรษะ!
แสนชั่วช้าอำมหิต!
พริบตาโลหิตก็สาดกระจาย
เยี่ยนหลินไม่เสียเวลามาสนใจ เขากวาดตามองรอบหนึ่ง ทว่าเจียง เสวี่ยหนิงที่เคยอยู่หน้าสุสานกลับไม่รู้ไปไหนเสียแล้ว?!
กลางปั่าลึกมีเงาตะคุ่มผละไปอย่างรวดเร็ว
วันนี้เดิมมีแค่พิธีฝังศพ ทั้งยังเป็นนอกเมืองซินโจว ผู้ใดจะคาดคิดว่ามีคนลอบดักซุ่มโดยไม่มีใครรู้ กลุ่มพวกเขามีไม่กี่คนพกอาวุธติดตัวมิหนำซ้ำคนของกองทัพต่างชำนาญการสู้รวมกลุ่ม อาศัยกลยุทธ์สู้รบ เรื่องทักษะ การสู้ตัวต่อตัวไหนเลยจะเทียบคนในยุทธภพผู้ดุดันหลั่งเลือดเลียคมดาบได้ ภายในชั่วอึดใจจึงยังไม่อาจจัดการพ