ก เยือกเย็นจนน่าพิศวงนางไปถึงข้างกายอีกฝั่าย คุกเข่าลงบนแอ่งเลือด
จากนั้นก็ยื่นมือออกไปช่วยกดแผลที่โลหิตยังคงค่อย ๆ ไหลหลั่ง กล่าวด้วยน้ำเสียงราวกับกำลังละเมอ “ฟางอิ๋น ฟางอิ๋น ข้ามาแล้ว ไม่เป็นไรแล้ว พวกเราไปตามหมอมาแล้ว วิชาแพทย์ของโจวฉีหวงดีเลิศ เจ้าต้อง ไม่เป็นอะไรแน่นอน”
แพขนตาของโหยวฟางอิ๋นที่หลุบลงต่ำ เมื่อได้ยินเสียงนี้ก็ค่อย ๆ เลิกขึ้น
แต่ภาพตรงหน้ากลับเลือนราง
เจียงเสวี่ยหนิงคุกเข่าหันหลังให้ประตู สายตาของโหยวฟางอิ๋นเองก็ พร่ามัว ประหนึ่งวิญญาณถูกหน่วยทวงวิญญาณจากยมโลกพรากไปยัง ขุมนรกไร้ก้นบึ้งเสียครึ่งหนึ่งแล้ว ไม่อาจมองเห็นลักษณะของอีกฝั่ายได้ ชัดเจน
ทว่านางจำแนกเสียงของคนตรงหน้าได้
นางจึงแสดงสีหน้าปกติสามัญเฉกเช่นวันวานราวกับว่าชั่วขณะนี้ หาใช่ช่วงเวลาแห่งการพลัดพรากไม่ ส่งเสียงกระซิบแผ่วเบาว่า “คุณหนูรองท่านมาแล้ว”
เจียงเสวี่ยหนิงกล่าวกับนาง “ไม่ต้องพูดแล้ว”ดวงตาของโหยวฟางอิ๋นเปียมหยาดน้ำตา“เตาฉินไม่ได้หลอกจริงด้วย ข้าบอกให้เขาไปหาท่าน แต่กลัวเหลือเกินว่าเขาจะไม่เชื่อฟังและไปตาม หมอก่อนจนเสียเวลา ข้ากลัวไม่ได้เห็นหน้าท่าน…”
เสียงของเจียงเสวี่ยหนิงค่อนข้างสั่นเครือ “ไม่ต้องพูดแล้ว…”
หยดน้ำตาถึงกับร่วงหยดทันทีจนขนตาดำขลับเปียกชุ่ม เผยความ เศร้าเสียใจอันไม่เคยปรากฏ “มันเอาตราประทับไป นายหญิง! มันเอาตราประทับของพวกเราไป การค้าที่แดนสู่กับเจียงหนานต้องเกิดปัญหาแน่…”
“ไม่ต้