ะงุ่มง่ามไม่รู้ความตอนนั้นอีกครั้ง บอกเล่าด้วยสุ้มเสียงแผ่วเบา “ต้องโทษที่ข้าโง่เขลาเกินไป ท่านเตือนให้ ระวังแล้วแท้ ๆ ข้าก็มัวแต่คิดว่าเขาเคยช่วยข้าไว้…”เจียงเสวี่ยหนิงกุมมือของนางแน่น ออกแรงจับบ่าของนางไว้ แต่ก็ไม่อาจกดความเจ็บปวดที่ชอนไชหัวใจกะทันหันได้
โจวอิ๋นจือ!
ถ้าไม่ใช้งานโจวอิ๋นจือ ตัวนางตอนนั้นไม่มีทางช่วยโหยวฟางอิ๋น ออกมาจากเมืองหลวงได้แต่ก็เป็นเพราะนางช่วยโจวอิ๋นจือ โหยวฟางอิ๋นในวันนี้จึงถูกสังหาร จึงต้องประสบเคราะห์กรรม!
โชคชะตาผันเปลี่ยนเวียนวน เล่นตลกคับฟั้ากับนาง!
นางร่ำไห้รำพัน “ไม่เลย ไม่เลย เจ้าโง่เขลาที่ไหนกัน เจ้าทำการค้า ใหญ่โตขนาดนั้น ทั้งยังมาจัดเตรียมเสบียงทัพถึงซินโจว แม้แต่คนเก่งกาจอย่างหลี่ว์จ้าวอิ่นเมื่อเจอเจ้ายังต้องยอมแพ้คุณชายเหรินเองก็ชมเชยเจ้าไม่ขาดปาก…ไม่ใช่ความผิดของเจ้าเลย เจ้าไม่ผิด…ไม่มีใครดีอย่างเจ้าแล้ว…”
ความเจ็บปวดก่อนหน้าค่อย ๆ เลือนหาย
โหยวฟางอิ๋นรู้สึกว่าชั่วขณะนี้ช่างแสนวิเศษราวกับว่าทั่วร่างกลับมา มีเรี่ยวแรงแห่งชีวิต ด้วยเหตุนี้จึงกล่าวเจือความหวังว่า “ยังดีกว่าคนผู้นั้นอีกหรือเจ้าคะ”
เจียงเสวี่ยหนิงจ้องมองอีกฝั่าย
ดวงตาคู่นั้นปรากฏความละเมอเพ้อพกเสมือนตกในห้วงฝัน “มีบางครั้งข้ารู้สึกว่าท่านไม่ได้มองข้า บางครั้งท่านเหม่อลอยเหมือนกำลังมองทะลุเข้ามาและผ่านเลยไปยังใครบางคน ข้ากลัว กลัวเหลือเกิน กลัวว่าคนผู้นั้นจะปรากฏตัวแล้วไล่ข้าออกไป