ข้าทำบัญชีไม่เป็น ข้าไม่รู้หนังสือ ไม่รู้ว่าจะทำ การค้าอย่างไร ทั้งยังคิดคำนวณอะไรก็ไม่ได้ ข้ากลัวจะช่วยท่านไม่ได้เลยข้ากลัวท่านไม่ต้องการข้า กลัวว่าข้าจะสู้นางไม่ได้…”
เจียงเสวี่ยหนิงอึ้งงัน
ก่อนน้ำตาจะพรั่งพรูดุจสายฝน
ในชาตินี้ นอกจากเหตุการณ์ครั้งก่อนตอนพูดกับเซี่ยเวย นางก็ไม่เคยกล่าวถึงเรื่องของชาติที่แล้วอีก เรื่องเหล่านี้ล้วนเป็นความลับที่สมควรถูกกลบฝังมิดชิด นางไม่เคยคิดเลยว่าตอนนางมองใบหน้าซึ่งเหมือนโหยว ฟางอิ๋นในชาติก่อนและหวนนึกถึง จะมีคนจับพิรุธได้จากสีหน้าท่าทางอัน น้อยนิด
เด็กสาวผู้ทุกข์ทน บอบบางและอ่อนไหวกลับซ่อนทุกสิ่งเอาไว้เงียบ ๆ
นางนึกถึงตะเกียงน้ำมันที่จุดในคุก
นึกถึงสมุดบัญชีเก่าเก็บใต้เงาตะเกียง
นึกถึงเด็กสาวขลาดเขลาผู้เติบโตมาในเรือนส่วนหลังของจวนปั๋อ คนที่วันหนึ่งจู่ ๆ ก็มาบอกว่าต้องการสมรสปลอม ๆ กับเหรินเหวยจื้อเพื่อหนี ออกจากเมืองหลวงไปทำการค้ายังแผ่นดินกว้างใหญ่
…
เจียงเสวี่ยหนิงตัวสั่นเทิ้มครั้งแล้วครั้งเล่า
นางยกนิ้วเปือนเลือดขึ้นมา พยายามปาดเช็ดหยาดน้ำตาที่แก้มโหยวฟางอิ๋น ทว่ามิเพียงไม่สะอาดขึ้น กลับทิ้งคราบเลือดน่าพรั่นพรึงเอาไว้บนใบหน้าขาวซีด
เป็นคราแรกที่นางรู้สึกจนปัญญา
ได้แต่ตระกองกอดสตรีโง่เขลานางนั้นเอาไว้แน่น ประพฤติตนเช่นคนบาปผู้กำลังร่ำไห้สารภาพ “ไม่เลย ไม่เลย เจ้าดีที่สุดแล้ว เป็นเจ้าที่ทำให้ ข้าเข้าใจว่าข้าช่วยเหลือผู้อื่นได้และยังเดินหมากก