ับโชคชะตาได้ เจ้าทำให้ทั้งหมดนี้เริ่มต้น ข้าไม่ได้ช่วยเจ้าหรอก แต่เป็นเจ้าต่างหากที่ช่วยเหลือข้า เจ้าคือพระโพธิสัตว์ผู้เปียมเมตตาที่สุด…ต่อให้ฟั้าจะประทานอีกคนมาให้ ข้าก็ไม่ต้องการ เจ้าคือฟางอิ๋นคนเดียวในโลกนี้ เป็นฟางอิ๋นที่ดีที่สุด…”โหยวฟางอิ๋นยิ้มออกมา
เป็นรอยยิ้มที่ทั้งพึงพอใจและเปียมสุข
ท่ามกลางความมืดมิดอันหดหู่สิ้นหวัง กลับมีแสงสว่างจ้าสาดขึ้นมา กระจ่างดุจดวงตะวันจันทร์ส่อง ทว่าพริบตาเดียวก็มืดดับ ประหนึ่งรอยยิ้มนี้ดึงเอาพลังเสี้ยวสุดท้ายในร่าง เผาไหม้เปล่งประกายแล้วกลายเป็นเถ้าถ่าน
ในช่วงสุดท้ายของชีวิต นางกุมมืออีกฝั่ายแน่น
ไม่ต่างจากตอนดิ้นรนเหนือสระน้ำเมื่อตอนแรกนางร้องไห้ “คุณหนู ข้าทำใจจากไปไม่ได้ ข้ายังอยากมีชีวิตอยู่…”
แต่กระทั่งเรี่ยวแรงจะดิ้นรนก็อ่อนระโหยลงไปพร้อมสีสันบนใบหน้าอันหม่นหมอง
บึงเลือดแข็งตัวเย็นเยียบแล้ว
เสมือนไส้เทียนมอดไหม้ ท้ายที่สุดย่อมต้องดับ โหยวฟางอิ๋นผู้ซึ่ง ครั้งหนึ่งเคยเปล่งประกายแบ่งบานอยู่บนโลกใบนี้ก็ถึงคราวมอดดับอย่างเงียบงัน
เมื่อโจวฉีหวงถือหีบยามาถึงได้ยินเสียงจากข้างในก็ไม่กล้าเข้าไปเหรินเหวยจื้อตะโกนลั่นมาแต่ไกล
หลี่ว์เสี่ยนเดินเข้าไปใกล้ประตูเรือน พอมองเห็นสภาพการณ์ด้านในก็ตัวสั่นสะท้าน หน้ามืดงุนงง ถอยกลับออกมาช้า ๆ
เนื้อตัวของเจียงเสวี่ยหนิงอาบโลหิต คุกเข่าบนกองเลือด กอดร่างที่ เริ่มเย็นเยียบทีละน้อย
รอบด้านมีแต่ความมืดอันเงียบสงัด