ขาเคลื่อนไหวในซินโจวถือเป็นเภทภัย ในเมื่อจะลงมือทั้งทีก็ลงมือจนถึงที่สุด เลยดีกว่า ชิงจับมากักขังไว้ก่อนปั้องกันเขาเล่นลูกไม้ รอจนสืบทราบกระจ่างว่าบริสุทธิ์ค่อยปล่อยตัวก็ได้”
เซี่ยเวยกระแอมเสียงแผ่ว “เจ้าไม่กลัวเขามีโทสะหรือ”
เจียงเสวี่ยหนิงตอบ “ต้นหญ้าลู่ลมจะไปมีโทสะอะไรได้ เขาน่ะรู้ สถานการณ์ ไม่มีทางหรอก”
เซี่ยเวยจึงว่า “เช่นนั้นก็ให้เตาฉินไปจัดการ”
เจียงเสวี่ยหนิงพยักหน้า ยืนนิ่งอยู่พักหนึ่งเมื่อเห็นว่าไม่มีเรื่องใดแล้ว ก็หันกายจะจากไป
เซี่ยเวยกลับเอ่ยถามกะทันหัน “พรุ่งนี้จะมาอีกหรือไม่”
เจียงเสวี่ยหนิงชะงักเท้าอีกครั้ง หลุบตามองกิ่งดอกซิ่งขนาดเล็กใน ร่องนิ้ว “พรุ่งนี้จะไปส่งฟางอิ๋นกับเหรินเหวยจื้อออกจากซินโจว คงค่อนข้างยุ่ง เป็นวันอื่นแล้วกัน”
เซี่ยเวยตอบรับ “ถ้าอย่างนั้นก็เป็นวันอื่น”
เจียงเสวี่ยหนิงได้ยินเสียงเขาฟังดูปกติดีเพียงแต่ในเรือนมีกลิ่นขมปร่าของสมุนไพรอวลจาง ๆ อย่างยากจะเลี่ยง ชวนให้ระคายจมูกเคืองลิ้นอยู่ เล็กน้อย
ดังนั้นใจจึงล่องลอย หวนนึกถึงเหตุการณ์วันนั้น
นางหมุนก้านดอกซิ่งอย่างเชื่องช้า เอ่ยว่า“บางทีท่านคงพูดถูก ตัวข้ากับคนสามัญธรรมดาในโลกไม่มีอะไรแตกต่าง เพียงแต่โลกหล้ามีผู้คนหลากหลายประเภท คนบางคนเมื่อชอบคนผู้หนึ่ง ก็จะใช้ทุกวิถีทาง พยายามให้ได้อยู่ร่วมกันแต่ก็มีบ้างที่เมื่อชมชอบใครก็หวังแค่ให้อีกฝั่ายสุขสงบสบายใจ ไม่จำเป็นต้องเรียกร้องผลลัพธ์ คนทั้งสองประเภท