ึงขี้ขลาดขี้กลัวปานนี้ ไม่กล้าแม้แต่จะลองดูสักตั้ง เลยจะเป็นทหารหนีศึกเช่นเดียวกับที่เจ้ากระทำกับจางเจออย่างนั้นสิ”เขาพาดพิงจางเจออีกครั้ง
นี่ไม่ใช่หนแรกแล้ว
เจียงเสวี่ยหนิงไม่พอใจมากตั้งแต่คราวก่อนในที่สุดรอบนี้ก็ถูกยั่วโมโหอย่างหนัก อาจเป็นเพราะเขาล้ำเส้นนางไปแล้ว หรืออาจเพราะนัยแฝงในคำพูดเสียดแทงนางจนเจ็บแปลบ
หนามแหลมทั่วร่างตั้งชันทันใด ปฏิเสธเสียงแข็งกร้าวว่า “ก็เบื้องหน้าเป็นหุบเหวไร้ก้นบึ้ง รู้ทั้งรู้ว่ากระโดดลงไปมีแต่จะร่างแหลกกระดูกสลาย หรือยังจะให้กระโดดลงไปอยู่อีก”
เซี่ยเวยกล่าว “ไม่ลองกระโดดดูแล้วจะรู้ได้อย่างไร”
เจียงเสวี่ยหนิงตวาด “ท่านเป็นบ้าน่ะสิถึงจะกระโดดลงไป!”
เซี่ยเวยยิ้มเย็น “เจ้ายังไม่เข้าใจอีกสินะ”
เจียงเสวี่ยหนิงรู้สึกแค่ว่าเส้นสติตึงเขม็งขึ้นเรื่อย ๆ จนแทบฉุดลากนางไปสู่แดนวิกลจริตเดียวกับเขา ความหวาดหวั่นทำให้นางดิ้นรนถอยหลังสุดกำลัง “ปล่อย! ข้าต้องเข้าใจอะไร มีอะไรที่ข้าไม่เข้าใจบ้าง?!”
หางตาเซี่ยเวยกระตุกน้อย ๆเวลานี้กลับนึกถึง ‘เครื่องเคลือบมีรอยแตก’อะไรนั่นที่นางเคยพูดขึ้นมาได้ รู้สึกในใจพลิกคว่ำปานธารสมุทร ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ทุเลา โทสะกวาดม้วนจนไม่คลายแรงที่มือแม้แต่น้อย มิเพียงไม่ปล่อยแต่ยังฉุดกระชากนางเดินไปอีกฝังหนึ่งของหอสังเกตการณ์ด้วย
เจียงเสวี่ยหนิงไม่อยากไปแต่ทำอะไรไม่ได้มองว่าเขาไร้สติโดยสมบูรณ์แล้ว “ท่านจะทำอะไร”
เซี่ยเวยไม่สนใจ เดินหน้าต่อเช