่นเดิม
นอกกำแพงเมืองเป็นทุ่งรกร้างกับค่ายเรียงราย ในกำแพงกลับเป็นตลาดอันคึกคักกับราษฎรชนชั้นล่าง
ขณะนางโดนเซี่ยเวยลากไปข้างหน้า ทั้งสองก็ถกเถียงกันไม่หยุดหย่อน ทหารระหว่างทางแต่ละคนก้มศีรษะทำเป็นไม่ได้ยิน ยิ่งไม่มีใครกล้าเข้ามาตรวจดูแม้แต่น้อย
ในที่สุดก็มาถึงฝังตะวันออกของหอสังเกตการณ์
ด้านล่างเป็นร้านตีเหล็ก
เตามากมายทั้งเล็กทั้งใหญ่ตั้งอยู่ในเพิงมุงหลังคากระเบื้อง ภายในนั้นกำลังเผาถ่าน แม้จะเป็นเหมันต์อันหนาวเย็น ช่างตีเหล็กในร้านกลับสวมเพียงเสื้อผ้าเนื้อหยาบตัวสั้น บางคนถึงขั้นเปลือยท่อนบน กำลังออกแรงเหวี่ยงค้อนทุบเหล็กที่ถูกเผาจนแดง ไม่ว่าจะเป็นสะเก็ดไฟที่แตกกระเด็น ก้อนเหล็กแดงฉาน กระทั่งเหล็กเหลวที่ละลายอยู่บนสุดต่างก็แผ่ไอร้อนจนน่าพรั่นพรึง
เซี่ยเวยชี้ด้านล่าง “คิดว่าตนเป็นแผ่นกระเบื้องเคลือบ แตกแล้วก็ไม่อาจสมานได้อีกหรือ เจียงเสวี่ยหนิง เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใครกัน เจ้าเองมีสิทธิ์เป็นแผ่นกระเบื้องเคลือบด้วยหรือ เจ้ากับข้าก็เป็นแค่เหล็กเหลวที่กำลังเกลือกกลิ้งในเตานี้เท่านั้นเอง!”เจียงเสวี่ยหนิงถูกเขาบีบคางให้มองลง
น้ำเสียงเยือกเย็นของเซี่ยเวยทั้งเฉียบคมและเย็นชา ดังเข้าหูนางประหนึ่งอสุนีบาต “ชาติกำเนิดเจ้าข้าล่วงรู้ สิ่งที่ข้าประสบเจ้าล่วงรู้ ตอนเกิดมาสวรรค์ไม่ได้มอบโอกาสให้เจ้ากับข้าทำตัวเป็นสวะอ่อนแอ เจ้าต้องทุกข์ทรมานเหลือแสนถูกทุบตีต่าง ๆ นานาถึงจะกลายเป็นรูปเป็นร่างได้! แจ