กันดอกเหมยมีรอยแตกไม่อาจสมาน แต่หากเจ้าเกิดมาคู่ควรเป็นแค่ก้อนเหล็กก็ควรรู้ว่าเจ้าไม่ได้บอบบางเช่นนั้น แม้ถูกคนตีจนกระดูกหักก็ต้องเข้าไปหลั่งโลหิตทนความอัปยศในเตาอีกครั้งแล้วตีขึ้นรูปใหม่!”
ดวงตาเจียงเสวี่ยหนิงพลันเปียมน้ำตาเซี่ยเวยกลับจับนางไว้แน่น กดดันทีละคำทีละประโยค “ใครกันที่รักเจ้า ใครกันที่เห็นเจ้าสำคัญ แล้วใครอีกเล่าที่ต้องการเจ้า เจ้าไม่เข้าใจการมีชีวิตอยู่เท่าข้าหรอก ในเมื่ออยากเป็นสุขแต่หากไม่ทุกข์แล้วจะสุขได้อย่างไร เอาแต่อยากได้สุขแต่หลบทุกข์มันเสียหมด แล้วชีวิตเจ้าจะต่างอะไรจากมดแมลงหรือหนูกับงูในคูระบายน้ำโสโครกพวกนั้น?!”
เจียงเสวี่ยหนิงรู้สึกปานถูกลงทัณฑ์เฉือนเนื้อถูกคำพูดเขากรีดร่างกายเผยกระดูกกล้ามเนื้อฉ่ำเลือดจนสั่นเทาไปทั้งร่าง “ใต้หล้าจะมีคนเช่นท่านสักกี่คนกันเซี่ยเวย ข้าไม่ใช่ท่านเสียหน่อย!”
เขายังคงเย็นชา “เพราะอย่างนี้คนขี้ขลาดแบบเจ้าถึงไม่อาจอยู่กับจางเจอได้ หากมิใช่เขามองเจ้าออก ก็แปลว่าเขาโง่งมเป็นที่สุดเช่นเดียวกัน!”
นางตาแดงก่ำ “ท่านน่ะหุบปากไปเลย!”
เซี่ยเวยถาม “เจ็บหรือ”
เจียงเสวี่ยหนิงถอยหลัง “ท่านไม่ยอมปล่อยข้าไปเสียที!”
เซี่ยเวยมีแต่จะถูกคำปฏิเสธและความหวาดกลัวของนางทิ่มแทงเป็นรูพรุน ทว่ายิ่งเป็นเช่นนี้ยิ่งไม่ยอมเผยความอ่อนแอ กลับปลุกความโหดเหี้ยมที่ซ่อนลึกให้พวยพุ่งกว่าเดิม “เจ้าก็หนีไปให้สุดหล้าฟั้าเขียวเลยสิ”นางแทบตะโกนสุดเสียง “ท่านจะบ้าลากคนอ