ื่นไปฝังร่วมด้วยหรือไร?!”
เซี่ยเวยเกรี้ยวโกรธถึงขีดสุด “ฝังร่วมด้วยแล้วจะอย่างไรเล่า”
เจียงเสวี่ยหนิงพลันรู้สึกว่าเขาไร้หนทางเยียวยาแล้ว “เซี่ยจวีอัน เรื่องบนโลกมิใช่อะไรที่ฝืนร้องขอแล้วจะบังเกิดผล เป็นได้แค่การทรมานกันและกันเท่านั้น”
ทว่าเซี่ยเวยไม่ยอมรับรู้ “ผลลัพธ์อันเจ็บปวดก็ยังเป็นผลลัพธ์!”
ผลลัพธ์อันเจ็บปวดก็ยังเป็นผลลัพธ์‘ผลลัพธ์อันเจ็บปวดก็ยังเป็นผลลัพธ์’ เนี่ยนะ!
นางทราบความดำมืดและใจอำมหิตใต้กายเนื้อนักปราชญ์ของเซี่ยเวยตั้งแต่คราที่ติดถ้ำเพราะหิมะแล้ว ทว่าไม่ได้คาดคิดว่าความดันทุรังความบ้าคลั่ง และความน่าสะพรึงของเขาจะมาถึงขั้นนี้
สติในหัวสมองขาดผึงในที่สุด
อารมณ์หมื่นพันที่สั่งสมในใจเจียงเสวี่ยหนิงทั้งความเคารพและหวาดกลัวในชาตินี้ ผนวกกับความโกรธเกลียดจากชาติก่อน ต่างทะลักทลายจนหมดสิ้นอย่างไม่อาจควบคุม!ถึงขั้นไม่ผ่านสมองเลยด้วยซ้ำ
ชั่วพริบตานั้นดวงตานางแดงก่ำ ถามเขาเสียงเข้ม “หากว่าท่านเคยฆ่าข้าล่ะ?!”
สายลมเย็นเฉียบพัดผ่านหอสังเกตการณ์ ธงซึ่งปักสูงโบกสะบัดตามแรงลม
เซี่ยเวยยืนประจันหน้ากับนาง
เจียงเสวี่ยหนิงนึกว่าตนฝังกลบสิ่งต่าง ๆมากมายไว้ได้ลึกแล้ว ทว่าชั่วขณะที่คำพูดนั้นหลุดจากปากก็พลันรู้สึกถึงความต่ำช้าประการหนึ่ง ใกล้เคียงความสาแก่ใจที่ได้เอาคืน ถึงขนาดไม่นึกเสียใจภายหลังเลยสักเสี้ยว ประหนึ่งว่านางควรทำเช่นนี้ตั้งแต่แรกแล้ว
เซี่ยเวยพินิจนางโดยไม่พูดจา ทำอะไรไม่ถูกไป