!”
ดังที่ทุกคนรู้ แม้เซี่ยเวยมิใช่พระอาจารย์ของฮ่องเต้ แต่ก็มีงานที่ รับผิดชอบในฐานะพระอาจารย์ของฮ่องเต้
สองปีนี้แม้สมณะหยวนจีได้ชื่อว่าเป็นที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน ปลุก ให้ประชาราษฎร์นับถือพุทธศาสนาจนขัดแย้งกับนิกายสวรรค์ อีกทั้งยัง ค่อนข้างโด่งดังในหมู่พุทธสาวก ทว่ายามอยู่ในราชสำนัก บรรดาขุนนาง ใหญ่ก็ยังค่อนข้างยอมรับเซี่ยเวยมากกว่า
บทที่ 204 เมืองชายแดน (2)ผู้ซึ่งมาเป็นขุนนางราชสำนักได้ ต่อให้ไม่ถือว่าชั่วช้า ทว่ามีน้อยนิดจะจิตใจดี
ไหนเลยจะเลื่อมใสพุทธศาสนาจริง ๆ
ก็แค่แสดงความเกรงใจเพียงภายนอกเท่านั้นเอง
ถึงอย่างไรทั้งเบื้องบนจดเบื้องล่างในราชสำนักต่างรู้กันว่า เมื่อใดเจอปัญหายุ่งยากสุดท้ายก็ต้องปรึกษาเซี่ยเซียนเซิงก่อนจึงจะตัดสินใจได้อยู่ดี
บัดนี้เมื่อสมณะหยวนจีเอ่ยวาจา จึงไม่ก่อความสงสัยแม้สักนิด
เสิ่นหลางเองก็ขบคิดตาม
สถานการณ์ที่ด่านชายแดนเร่งด่วนกว่าภายในราชสำนักจริง ในเมื่อ พระองค์ไม่อาจเสด็จไปคุมทัพด้วยตัวเอง การส่งเซี่ยเวยไปจึงเป็นการดีที่สุด ด้วยเหตุนี้จึงตัดสินพระทัยฉับ“ร่างราชโองการ! ให้รองราชครูเซี่ยไม่ต้อง กลับเมืองหลวง หลังพักรักษาตัวที่จี่หนานสักพักให้มุ่งหน้าไปคุมทัพเฝั้า ระวังที่ด่านชายแดนทันที หากมีความผิดปกติให้จัดการทันใด ละเว้นไม่ได้โดยเด็ดขาด!”
“ทรงพระปรีชายิ่งพ่ะย่ะค่ะ!”
เหล่าขุนนางใหญ่ค้อมศีรษะชื่นชม
มีแค่จางเจอที่ช้อนตาเห็นรอยยิ้มมุมปากของสมณะหยวนจี สังหรณ