์ ว่าเรื่องราวคงไม่ง่ายดายปานนั้น
*****
“ถ้าอย่างนั้นสืบทราบหรือยังเจ้าคะว่าผู้ใดกันแน่หมายจะลอบโจมตีพวกเรา”
เจียงเสวี่ยหนิงมองเซี่ยเวยนำปลาที่แล่เสร็จเรียบร้อยวางในจาน กระเบื้องสีขาวงดงาม โรยขิงเส้นเล็กน้อยกลบกลิ่นคาวแล้วใส่ในหม้อนึ่งนางราวกับเห็นได้เลยว่าตอนยกออกมาจะน่าเอร็ดอร่อยปานใด จึงกลืน น้ำลายก่อนถาม
นางไม่กล้าคาดเดาลึกเกินหรอก
ขณะถูกลอบโจมตีได้ยินเตาฉินเอ่ยคำว่า ‘ในนิกาย’ อย่างชัดเจน พอย้อนนึกถึงพฤติกรรมของเซี่ยเวยตอนถอนรากถอนโคนและล้างบางนิกายสวรรค์เมื่อชาติก่อน ในใจก็หนาวเหน็บอย่างห้ามไม่อยู่
เซี่ยเวยปิดฝาหม้อนึ่ง หยิบผ้าเช็ดมือจากด้านข้างมาถูคราบที่เปรอะ มือ ทว่าดวงตาแวววาบผิดปกติ ตอบอย่างไม่สะทกสะท้านว่า “โจรกบฏ นิกายสวรรค์ อาจหาญทัดเทียมฟั้า จะเป็นใครไปได้อีก”
เจียงเสวี่ยหนิงถูกคำพูดเขาทำเอาสะอึก
เซี่ยเวยช้อนตามองนาง เมื่อเห็นใบหน้าพริ้มเพราฉาบแสงสีเหลืองอุ่นซึ่งสั่นไหวจากเปลวเพลิงในเตาก็ยิ้มมีเลศนัย “เจ้าคิดว่าใครล่ะ”
เจียงเสวี่ยหนิงเติมฟืนในเตาอย่างกระฟัดกระเฟียด “ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรเล่าเจ้าคะข้ากลัวตายเลยลองถามดูบ้างไม่ได้หรือ”เซี่ยเวยเพียงตอบว่า “วางใจเถอะ”
หลังเสร็จธุระเขาเองก็ครุ่นคิด ผู้ที่มาลอบสังหารตนมีทั้งหมดสองกลุ่ม กลุ่มที่ตามเจี้ยนซูไปเป็นยอดฝีมือในนิกาย เกรงว่าว่านซิวจื่อจะชิงกำจัด เขาทิ้งเร็ว ๆ นี้ด้วยกลัวเขาไม่อยู่ในการควบคุม ส่วนพวกที่ไล่ตามเขากับ เจ