คำพูดของเซี่ยเวยก็ไม่ได้ผิดตรงไหนนางเกิดใหม่มาหนึ่งชาติ ต่อให้โลกมนุษย์มิได้มีอิสรภาพอันจริงแท้ แต่หากแค่ความอยากของปากท้องยังเติมเต็มไม่ได้ แล้วชีวิตจะไปมีความหมายอะไรเล่า มิหนำซ้ำ ตอนแรกนางยังสาบานกับเซี่ยเวยไว้ด้วยว่าไม่อยากตาย เป็นเพราะยัง ปล่อยวางความอาวรณ์และกิเลสต่าง ๆบนโลกนี้ไม่ได้
กินก็กินแล้ว
ตัวก็อยู่ใต้ชายคาเขา จะไม่ก้มหัวได้เช่นไร
นางยังต้องไปด่านชายแดน ไปหาเยี่ยนหลินไปช่วยองค์หญิง และ ยังมีเรื่องต้องร้องขอเซี่ยเวยอีกเยอะแยะ จะอย่างไรก็ต้องเอ่ยวาจาพินอบพิเทาบ้าง คนเขาอุตส่าห์ยินดีทำของกินให้เช่นนั้นรับ ๆ ไว้เถอะ หากแตกหักกันจะมิเท่ากับยกก้อนหินทุ่มใส่เท้าตัวเองหรอกหรือ
ฉะนั้นปล่อยเลยตามเลย พึ่งเซี่ยเวยให้ได้กินดื่มอย่างสบายใจแล้วกัน
เพียงไม่กี่วัน นางก็ถึงกับกินอาหารฝีมือพ่อครัวของเรือนรับรองไม่ลง
ทว่าเซี่ยเวยก็ไม่ใช่พ่อครัวที่จะทำอาหารได้ทุกมื้อ เจียงเสวี่ยหนิงจึง ได้แต่เฝั้าดูเวลาที่เขาเดินจากระเบียงทางเดินไปยังห้องครัวทางทิศใต้จากนั้น ก็เข้าไปหาเพื่อ ‘คารวะเซียนเซิง’ แล้วคอยเฝั้าของกินที่เพิ่งออกจากหม้อ
เดิมทีเซี่ยเวยมีกลิ่นอายของบัณฑิตผู้เก็บตัว
แต่พอถอดเสื้อคลุมชั้นนอกแล้วพับแขนเสื้อยามทำอาหารก็ดูฝีไม้ลายมือ ใช้ได้
บางครั้งที่นางเคลื่อนสายตาจากอาหารบนเขียงหรือในหม้อขึ้นมอง ก็จะรู้สึกว่า เซี่ยเวยที่อยู่ท่ามกลางควันไฟจากการทำอาหารคละคลุ้งเช่นนี้ ดูสบายตาเสียยิ่งกว่า